วันที่ 3 พ.ค. นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงยอดการยืนยันสมาชิกพรรคว่า เท่าที่ตรวจสอบล่าสุด มียอดสมาชิกกลับมายืนยัน 3,000 คน คิดเป็น 12 เปอร์เซ็นต์จากยอดที่มีอยู่เดิม 24,710 คน ถือว่าแย่มาก ถ้ามองจากตัวเลขเดิม แต่ถ้านำไปเทียบกับพรรคอื่น ก็ถือว่าไม่เลวซะทีเดียว เพราะทุกพรรคอยู่ในชะตากรรมเดียวกันหมด ซึ่งจำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่ของแต่ละพรรคจะมีผลกระทบอย่างมากต่อการทำไพรมารี่โหวตเพื่อส่งผู้สมัครส.ส.ให้ครบ 350 เขตทั่วประเทศ

นายนิกร กล่าวว่า การทำไพรมารี่โหวตในการเลือกตั้งครั้งแรกตามพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น ต้องใช้สมาชิกเป็นตัวกำหนด ทั้งตัวแทนประจำจังหวัด ต้องมีจังหวัดละไม่น้อยกว่า 100 คนขึ้นไป และสาขาพรรค ต้องมีสมาชิกประจำสาขาละไม่น้อยกว่า 500 คนขึ้นไป รวม 4 ภาค ซึ่งในทางปฏิบัติพรรคจะต้องมีสมาชิกมากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำดังกล่าวเผื่อไว้อีก 10-20 เปอร์เซ็นต์ด้วย เมื่อนำตัวเลขดังกล่าวมารวมกัน เท่ากับแต่ละพรรค ต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 10,000 คนถึงจะส่งผู้สมัครส.ส.ได้ครบ 350 เขต

นายนิกร กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยเตือนแล้วว่า การทำไพรมารี่โหวตมีไว้สำหรับประเทศที่มีระบบสมาชิกพรรคจำนวนมากๆ แต่ตอนนี้สมาชิกแต่ละพรรคแทบจะไม่เหลือเลย ยังไม่ต้องนับขั้นตอนการทำไพรมารี่โหวต แค่หาสมาชิกให้ครบก็แย่แล้ว พรรคเก่าที่ชำนาญเรื่องการเลือกตั้งมาก่อนยังลำบาก รับประกันได้เลยว่า พรรคที่ตั้งขึ้นใหม่จะยิ่งยุ่งยากขึ้นเป็น 2 เท่า ปัญหามีมาก จะยอกย้อน ซ่อนเงื่อน เป็นปัญหาแบบวัวพันหลัก แต่เมื่อวัตถุประสงค์ของการทำไพรมารี่โหวตเพื่อให้พรรคพัฒนาก็เอาแต่ยังไม่ใช้เวลานี้ เพราะด้วยปัญหาสมาชิกจะเป็นผลเสียมากกว่า

“จึงอยากให้ผู้มีอำนาจใช้มาตรา 44 งดเว้นการทำไพรมารี่โหวตในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นก่อน แต่ถ้าจะงดเว้นให้โดยยื่นเงื่อนไขว่าต้องขยับโรดแม็ปเลือกตั้งออกไป ผมไม่เอา จะลำบากก็สู้ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น เพราะการมีเลือกตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นคงไม่ใช่การเลือกตั้งที่ดี แต่อยากให้งดเว้นให้เพื่อจะได้ไม่โหดร้าย ทั้งกับพรรคเก่าและใหม่ ทั้งกับผู้สมัครรับเลือกตั้งและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจนเกินไป” นายนิกร กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน