“ผอ.JIC” เตือน กัมพูชา อ่านถ้อยแถลงร่วมให้ครบ ปราบสแกมเมอร์ คือพันธกรณีที่สองประเทศตกลงร่วมกัน อย่านำอาชญากรรมข้ามชาติ ไปผูกกับ ข้อกล่าวหาเรื่องอธิปไตย
18 กันยายน 2569 – พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (ผอ.JIC ) กล่าวถึงกรณีฝ่ายกัมพูชาเตรียมจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้าน Online Scams และมีถ้อยแถลงพาดพิงประเทศเพื่อนบ้านว่า
ประเทศไทยยินดีกับทุกความพยายามที่จริงจังในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ เพราะนี่ไม่ใช่ปัญหาของไทยหรือกัมพูชาประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ประชาชนหลายประเทศตกเป็นเหยื่อ

อย่างไรก็ตาม หากมีการนำเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ไปเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเรื่อง “การรุกราน” หรือ “การยึดครองดินแดน” ขอให้กลับไปอ่าน Joint Statement วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันให้ครบถ้วน
ข้อ 2 กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายรักษาที่ตั้งกำลัง ณ เวลาหยุดยิงและไม่เคลื่อนกำลังเข้าหาอีกฝ่าย ส่วน ข้อ 3 ระบุว่ามาตรการดังกล่าวไม่กระทบต่อการปักปันเขตแดน และให้ใช้กลไก JBC ดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนต่อไป
ที่สำคัญ ข้อ 10 ระบุโดยตรงให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามแผนความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึง Cyber Scams และ Human Trafficking พร้อมส่งเสริมข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ
ดังนั้น การที่ประเทศไทยดำเนินการต่อต้านเครือข่ายสแกมเมอร์ ไม่ควรถูกนำไปตีความโดยอัตโนมัติว่าเป็นเหตุผลรองรับข้อกล่าวหาเรื่องการรุกราน เพราะประเด็นการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กับประเด็นเขตแดน มีกลไกและข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาแยกจากกัน
ผอ.JIC กล่าวต่อว่า ถ้ากัมพูชาปราบสแกมเมอร์จริง ไทยสนับสนุนถ้ามีหลักฐาน ไทยพร้อมร่วมมือ
แต่ถ้าจะกล่าวหาว่าไทยใช้เรื่องสแกมเมอร์เป็นข้ออ้างในการรุกราน ขอให้นำหลักฐานเข้าสู่กลไกที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน ไม่ใช่ใช้เวทีระหว่างประเทศสร้างข้อสรุปฝ่ายเดียวประเทศไทยไม่ได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกเลือกข้าง แต่ขอให้พิจารณา ข้อเท็จจริง หลักฐาน และพันธกรณีที่ทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน
ยิ่งกว่านั้น Joint Statement ข้อ 8 กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายงดเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือ Fake News เพื่อช่วยลดความตึงเครียดและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจา จึงควรกลับไปสู่หลักง่าย ๆ คือ
เรื่องสแกมเมอร์ ร่วมมือกันปราบเรื่องเขตแดน ใช้กลไกที่ตกลงกัน เรื่องข้อกล่าวหา ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน และถ้ากัมพูชากำลังเปิดประเทศให้ผู้แทนนานาชาติเข้าตรวจสอบการปราบปราม Online Scams จริง ประเทศไทยก็พร้อมสนับสนุนความโปร่งใสดังกล่าว
เพราะเป้าหมายที่สำคัญที่สุดควรเป็น การทำลายเครือข่ายอาชญากรรมและคุ้มครองประชาชน ไม่ใช่การใช้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติมาขยายความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ
“อย่าบิดเรื่องสแกมเมอร์ให้กลายเป็นเรื่องเขตแดน ถ้าจะพูดถึงพันธกรณี ขอให้อ่าน Joint Statement ให้ครบไทยพร้อมร่วมมือปราบอาชญากรรม แต่ข้อกล่าวหาเรื่องรุกรานต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน ข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อเท็จจริง และเวทีระหว่างประเทศไม่ควรถูกใช้แทนกลไกที่สองประเทศตกลงกันไว้” ผอ.JIC กล่าว
