พร้อมพงศ์ ชี้ปลาย ก.ย. นี้ การเมืองระอุ หลายเรื่องต้องจับตา ซักฟอกรัฐบาล-คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง แนะ รัฐบาล อย่าปล่อย กระแสการเมือง กลบศึก ปากท้อง ประชาชน เสนอ 3 แนวทาง ลดราคาพลังงาน-คุมเข้มสินค้าแพง-เพิ่มเงินในกระเป๋า ชาวบ้านโอดครวญภาวะเศรษฐกิจ ปชช.รอไม่ได้

19 ก.ย. 69 – นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงปลายเดือนกันยายนว่า มีหลายเรื่องที่ต้องจับตาความเคลื่อนไหว ภายหลังมติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ เรื่องฮั้วสว. การตรวจสอบจากหลายฝ่าย

รวมถึง การขยับเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน คดีการเมืองสำคัญ เช่น บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่รอคำวินิจฉัยจาก ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกเรื่องควรเดินไปตามข้อเท็จจริง กฎหมาย และกลไกตรวจสอบ โดยไม่ควรก้าวล่วง หรือฟันธง ผลล่วงหน้า

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องระวังคือ อย่าปล่อยให้กระแสการเมืองกลบศึก ปากท้องประชาชน ยังเผชิญแรงกดดันจาก ค่าครองชีพ ราคาน้ำมันดีเซล B7 ล่าสุดอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร ข้อมูลสำรวจอาหารจานเดียว เดือน เมษายน-สิงหาคม2569 สูงถึง 523 รายการ จาก 1,544 รายการ หรือประมาณหนึ่งในสาม ปรับขึ้นราคาและเพิ่มขึ้น 5-10 บาทต่อจาน

“น้ำมันดีเซลทะลุ 40 บาทต่อลิตร เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่หน้าปั๊ม น้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญของการขนส่ง เมื่อต้นทุนสูงขึ้นก็เพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าและอาหาร ชาวบ้านไม่ได้ถามแค่ว่าการเมืองจะจบอย่างไร แต่ถามว่า น้ำมันเท่าไหร่ ข้าวจานหนึ่งเท่าไหร่ งานยังมีหรือไม่ รายได้พอกับรายจ่ายหรือไม่ และสิ้นเดือนจะเหลือเงินในกระเป๋าเท่าไหร่” นายพร้อมพงศ์กล่าว

นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อรัฐบาลบริหารประเทศมาเกือบ 6 เดือน ประชาชนย่อมต้องการเห็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 3 เรื่อง

คือ 1. ลดต้นทุนพลังงาน ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน ภาษี กองทุนน้ำมัน และค่าการตลาด พร้อมชี้แจงให้ชัดว่าส่วนใดสามารถลดภาระประชาชนได้

2. กดค่าครองชีพของประชาชนให้ลดลงกว่านี้ ติดตามราคาสินค้าจำเป็น อาหาร ค่าเดินทาง และค่าไฟ ตรวจสอบต้นทุนเมื่อพบการปรับราคาผิดปกติ ไม่ปล่อยให้ประชาชนรับภาระปลายทางเพียงฝ่ายเดียว

โดยรัฐบาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปดูมีผู้ประกอบการหรือธุรกิจอะไรฉวยโอกาสขึ้นราคา สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนหรือไม่

และ 3. เพิ่มรายได้ช่วยคนตัวเล็ก ลดต้นทุน เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินของSMEs และผู้ค้ารายย่อย ควบคู่กับการสร้างงาน โดยมาตรการต้องมีเป้าหมายและกรอบเวลาที่ประชาชนตรวจสอบได้

อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะต่ออายุโครงการไทยช่วยพลัส ออกไปอีก 2 เดือน แต่คงบรรเทาความเดือดร้อนได้ชั่วคราว เชื่อว่า สิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สัมผัสได้คือ ราคาสินค้า ราคาพลังงาน จะลดลงเมื่อไหร่ มีทางไหนจะช่วยให้เงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นหรือไม่ เห็นผลเมื่อไหร่

ถ้า รัฐบาล ลดค่าครองชีพ และทำให้รายได้ประชาชนดีขึ้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นจากผลงานที่สัมผัสได้ หากความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจสะสม พร้อมกับแรงกดดันทางการเมือง รัฐบาลอาจต้องรับแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน

“รัฐบาล อาจห้ามศึกการเมืองไม่ได้ แต่รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ศึกปากท้องเบาลง ประชาชนไม่ได้วัดรัฐบาลว่า ผ่านเกมการเมืองมากี่ครั้ง แต่ดูจากชีวิตตัวเองว่า ราคาสินค้า ราคาพลังงาน จะทำให้ลดลงบ้างได้หรือไม่ รายได้เพิ่มไหม และมีเงินเหลือในกระเป๋าหรือไม่

การเมืองร้อน เป็นเรื่องที่ รัฐบาล ต้องรับมือ ไม่ปล่อยให้มีใครเติมเชื้อไฟ จุดประเด็นให้ลุกลามไปกว่านี้ แต่ขณะเดียวกัน ปากท้องต้องรีบแก้ เพราะการเมือง มีทางออกตามกติกา วันนี้ไปทางไหน มีแต่คนโอดครวญกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งปัญปากท้องประชาชนรอไม่ได้ ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน” นายพร้อมพงศ์ กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน