ภูมิธรรม โพสต์ “20ปี19กันยน รัฐประหารรัฐบาล จากการเลือกตั้ง” ชี้เป็นบทเรียนประเทศไทยต้องเรียนรู้ อย่าแก้ปัญหาด้วยความขัดแย้งขัด บอกปชต. ไม่ทำให้เราได้รัฐบาลที่ถูกใจทุกครั้ง ประเทศเปลี่ยนผู้มีอำนาจได้ในคืนเดียว แต่ฟื้นโอกาส-ความเชื่อมั่น ให้กลับคืนมาต้องใช้เวลาทั้งชั่วชีวิตคน
19 ก.ย. 69 – นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุ “20 ปี 19 กันยน รัฐประหารรัฐบาล จากการเลือกตั้ง” ว่า บทเรียนที่ประเทศไทยต้องเรียนรู้ จดจำและไม่ยอมให้เกิดการทำลายโอกาสของประเทศอีกต่อไป
“ยี่สิบปี 19 กันยายน 2549 มีคำถามสำคัญ ที่ทิ้งให้คนไทยต้องจดจำ ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล ซึ่งถูกยึดอำนาจ ในวันนั้นประเทศไทยได้ผ่านทั้งความขัดแย้ง ความสูญเสียโอกาส และผลกระทบที่ตามมาตลอดสองทศวรรษ
บทเรียนสำคัญ ที่ผมได้บทสรุปของเหตุการณ์วันนั้น คือการใช้อำนาจนอกระบบ มาทำลายกลไก และความต่อเนื่อง ของระบอบประชาธิปไตย ควรต้องถูกตั้งคำถาม และถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง
จากคนในสังคมไทยใหม่อีกครั้ง” นายภูมิธรรม ระบุ
นายภูมิธรรม ระบุอีกว่า รัฐประหาร อาจเปลี่ยนรัฐบาลได้ในคืนเดียว แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม และทำให้โอกาสของประชาชน ศักยภาพของประเทศสูญหายไปอย่างไม่อาจยอมรับได้
“ยี่สิบปีที่ผ่านมา เราเห็น…การเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ และเปลี่ยนกติกาหลายครั้ง
แต่ปัญหาและความขัดแย้งไม่ได้หมดไป ขณะที่ประเทศสูญเสียทั้งเวลา ความต่อเนื่อง ความเชื่อมั่น และโอกาสของประชาชน นี่คือบทเรียนที่ผมคิดว่า ประเทศไทย ไม่ควรต้องเผชิญซ้ำอีก” นายภูมิธรรม ระบุ
นายภูมิธรรม ระบุต่อว่า ประชาธิปไตย ไม่ได้หมายความว่า “เสียงข้างมากมีอำนาจเบ็ดเสร็จ
เด็ดขาดในการทำอะไรก็ได้” แต่ก็ต้องคำนึงถึงสิทธิของเสียงข้างน้อย และการยอมรับของประชาชน
ประชาธิปไตยที่มั่นคง จึงต้องมีทั้ง รัฐบาลที่มาจากประชาชน และระบบตรวจสอบที่ประชาชนเชื่อถือ
รัฐบาลทำผิด ต้องถูกตรวจสอบ นักการเมืองทุจริต ต้องถูกดำเนินคดี รัฐบาลล้มเหลว ต้องถูกเปลี่ยน
พรรคการเมืองผิดคำสัญญา ต้องรับผิดชอบ
ทว่า ทั้งหมด ต้องเกิดขึ้นภายใต้กฎหมาย และกติกาประชาธิปไตย เพราะหัวใจของ ประชาธิปไตย ไม่ใช่การรับประกันว่า เราจะได้รัฐบาลที่ดีที่สุดทุกครั้ง แต่คือการมีระบบที่ทำให้ คนทำผิดถูกตรวจสอบได้ รัฐบาลที่ล้มเหลวถูกเปลี่ยนได้ และที่สำคัญประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินอนาคตของตนเอง
“ผมยังเชื่ออีกว่า ประชาธิปไตยจะมั่นคงไม่ได้ หากประชาชนมองไม่เห็นความหมายของมันในชีวิตจริง ประชาธิปไตยต้องตอบคำถาม พื้นฐานให้ได้ว่า ประชาชนมีรายได้พออยู่หรือไม่ เกษตรกรมีอนาคตหรือไม่ คนตัวเล็กเข้าถึงการรักษาพยาบาลหรือไม่ ลูกหลานมีการศึกษา มีงาน และมีความหวังหรือไม่
นี่คือ สิ่งที่ผมเรียกมาตลอดว่า “ประชาธิปไตยที่กินได้” ประชาธิปไตยจึงต้องมีทั้งเสียงของประชาชน และมีการตรวจสอบการใช้อำนาจมีรัฐบาล ที่ทำงานได้ และมีกติกาที่ไม่มีใครอยู่เหนือกติกา” นายภูมิธรรม ระบุ
นายภูมิธรรม ระบุว่า เมื่อมองย้อนกลับไป 20 ปี ผมไม่อยากให้ วันที่ 19 กันยายน เป็นเพียงวันแห่งการกล่าวโทษว่า ใครผิด ใครถูก ใครชนะ หรือใครแพ้ สิ่งที่มีคุณค่ากว่าคือ การถามว่า เราจะทำอย่างไรให้ความผิดพลาดในอดีต กลายเป็นภูมิคุ้มกันของอนาคต ประเทศไทย ควรมีระบบที่รัฐบาลถูกตรวจสอบได้โดยไม่ต้องล้มระบอบ มีความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องฉีกกติกา และเปลี่ยนรัฐบาลได้ โดยไม่ต้องใช้อำนาจนอกระบบ
เพราะท้ายที่สุด ถ้าประชาชนเลือกผิด ประชาชน ต้องมีสิทธิเลือกใหม่ ถ้ารัฐบาล ทำผิด ต้องถูกตรวจสอบ และรับผิดชอบ การแก้ความผิดพลาด ไม่ควรแก้ด้วยการสร้างความผิดพลาดที่ใหญ่กว่า
นายภูมิธรรม ระบุด้วยว่า ยี่สิบปีของ 19 กันยา จึงควรฝากบทเรียนไว้กับประเทศไทยว่า “อย่าแก้ปัญหาและความขัดแย้ง ด้วยการทำลายกติกาที่จะใช้แก้ปัญหา และความขัดแย้งนั้น”
“ประชาธิปไตย อาจไม่ทำให้เราได้รัฐบาลที่ถูกใจทุกครั้ง แต่ต้องทำให้เรามีกติกาที่เปลี่ยนรัฐบาลได้โดยไม่ต้องทำลายประเทศ” เพราะประเทศอาจเปลี่ยนผู้มีอำนาจได้ในคืนเดียว แต่การฟื้นโอกาส และความเชื่อมั่น ให้กลับคืนมา อาจต้องใช้เวลาทั้งชั่วชีวิตคน