“พริษฐ์” แจงเหตุ ปรับ ‘กล้าธรรม’ ออกจากวิปฝ่ายค้าน หลังลงมติเห็นชอบงบฯ 70 สวนมติร่วม ย้ำ 5 พรรคฝ่ายค้านจับมือ ยื่นซักฟอก รัฐบาล เร็วๆ นี้
22 ก.ย. 69 – นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน)
โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในการเมืองระบบรัฐสภา เป็นที่เข้าใจดีว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้าน ย่อมมีมาตรฐานและรูปแบบที่แตกต่าง กับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า เพราะในขณะที่พรรคในซีกรัฐบาล ตกลงจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล พรรคในซีกฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล หรือไม่ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลดังกล่าว การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านที่ผ่านมา จึงเป็นการทำงานบนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน ว่าพรรคในซีกฝ่ายค้าน อาจมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างกันได้
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ตนยืนยันว่าพรรคในซีกฝ่ายค้านควรมีร่วมกัน คือจุดร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทาง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้ สส.จากพรรคลงมติ “เห็นชอบ” กับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ 1. ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว เนื่องจากมติวิปฝ่ายค้าน คือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “งดออกเสียง” ตามมติของแต่ละพรรค
2. ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะ และเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรม ในการทำหน้าที่ตรวจสอบ รัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติ และลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ตนได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ทั้งนี้ เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ พรรคกล้าธรรมมี สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนถึง 58 คน ตนจะยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนของ พรรคกล้าธรรม ต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส.พรรคกล้าธรรม ในการมีพื้นที่ทำงานในสภา ในฐานะผู้แทนราษฎร ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เช่น เวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป โควตาการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่
ทั้งนี้ ตนจะนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ต่อผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อพิจารณาเสนอต่อประธานสภาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะมีผลให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย 5 พรรค คือ 1. พรรคประชาชน 2. พรรคประชาธิปัตย์ 3. พรรคไทยภักดี 4. พรรคเสรีรวมไทย และ 5. พรรคไทรวมพลัง ซึ่งเพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังจากพรรคเริ่มมีการลงมติในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ เช่น พ.ร.ก.เงินกู้ หรือ พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570
“โดยสำหรับวาระเฉพาะหน้า พวกเรา 5 พรรค มีภารกิจสำคัญร่วมกัน ในการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเร็วที่สุด” นายพริษฐ์ ระบุ