รัฐบาล ยกระดับ สกัด นอมินี ครบวงจร วางเป็น 1 ใน 9 ภารกิจเร่งด่วน พาณิชย์ คุมเข้มทุนผิดกฎหมาย ยืนยัน ไม่กีดกัน นักลงทุนสุจริต
23 ก.ย. 69 – น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสร้างการแข่งขันทางการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดการป้องกันและปราบปรามธุรกิจและสินค้าผิดกฎหมายเป็น 1 ใน 9 ภารกิจเร่งด่วนระยะสั้นและระยะกลาง
ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ การป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี และการประกอบธุรกิจของทุนต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
แนวทางดังกล่าวเป็นการยกระดับมาตรการที่ดำเนินการอยู่แล้วให้เข้มข้นและครอบคลุมมากขึ้น ไม่ใช่การเริ่มตรวจสอบนอมินีเป็นครั้งแรก
โดยตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา มีการขยายการตรวจสอบจากขั้นตอนการจัดตั้งนิติบุคคลไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายหลังจดทะเบียนในบางกรณี ทั้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนาม เพื่อให้สามารถตรวจสอบความเสี่ยงได้ตลอดวงจรของนิติบุคคล
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า สำหรับ กรณีที่เข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ ผู้ยื่นจดทะเบียนจะต้องชี้แจงรายละเอียดการลงทุน และแสดงหลักฐานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุน และความสามารถในการลงทุนที่แท้จริง โดยใช้ข้อมูลและพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาเป็นรายกรณี
ต้องย้ำว่า การถูกคัดกรองว่า เป็นกลุ่มเสี่ยงไม่ได้หมายความว่า บริษัทนั้นกระทำผิดหรือเป็นนอมินี และการมีคนต่างชาติร่วมถือหุ้นในสัดส่วนที่กฎหมายอนุญาต ก็ไม่ได้ทำให้บริษัทนั้น เป็นนอมินี โดยอัตโนมัติ เ
จ้าหน้าที่ จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวมธุรกิจที่ดำเนินการโดยสุจริต ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เปิดช่องให้มีการใช้โครงสร้างนิติบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า การเพิ่มความเข้มงวดกับทุนที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องดำเนินควบคู่กับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุนที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เปิดระบบ e-Foreign Business ให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างชาติ ยื่นคำขอใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวทางออนไลน์มาตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2567 เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนในการติดต่อภาครัฐ
ทั้งนี้ การยื่นคำขอผ่านระบบไม่ได้หมายความว่า จะได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติ แต่ยังต้องผ่านการพิจารณาตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี โดยเป้าหมายของ รัฐบาล ต้องการสร้างสนามการแข่งขันที่เป็นธรรม ให้ผู้ลงทุนที่เข้ามาอย่างถูกต้องและโปร่งใสสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
ขณะที่ ผู้ที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือใช้โครงสร้างนิติบุคคล เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย จะต้องถูกตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย การคัดกรองตามความเสี่ยง และการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน จะช่วยให้รัฐตรวจสอบได้ตรงจุดมากขึ้น โดยไม่สร้างกำแพงต่อการลงทุนที่สุจริต
ทั้งนี้ รัฐบาล จะเดินหน้าการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญทั้งการคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง การติดตามความเปลี่ยนแปลงภายหลังจดทะเบียน และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบความเสี่ยง เพื่อปิดช่องการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ และนักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องในประเทศไทย