รัฐบาลเอาอยู่! ทรงศักดิ์ โต้ เพจเตือนน้ำท่วมใหญ่ ซัด เฟกนิวส์ ทำให้ตื่นตระหนก กดดันรัฐบาล ขอประชาชนกรองข้อมูล รับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ แต่ไม่ถึงขนาดที่เพจระบุ ยัน มีแผนรับมือ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ก.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีบางเพจในโซเชียลมีเดียเตือนน้ำท่วมใหญ่ในกทม.และภาคตะวันออกว่า เรื่องนี้เป็นข่าวออกมา แต่ทางเจ้าของเพจยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลอะไรที่ถูกต้อง ซึ่งเรามีกรมอุตุนิยมวิทยา ที่จะประเมินสถานการณ์และเตือนภัยเรื่องน้ำ
โดยช่วงวันที่ 24-26 ก.ย.นี้ เตือนจะมีฝนในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ซึ่งจากข้อมูลที่ให้มาไม่น่ากังวลและไม่หนักถึงขนาดที่เป็นข่าว อีกทั้งทุกหน่วยงานได้เตรียมความพร้อมและมาตรการป้องกันแล้ว ขอย้ำว่าเรามีมาตรการที่สามารถป้องกันได้
ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็มีเครื่องมือตรวจวัดในพื้นที่ต่างๆ และจะต้องทำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประเมินผลให้เกิดความแม่นยำ เที่ยงตรง และมีเวลาแจ้งเตือนประชาชนเตรียมความพร้อม หากจะต้องมีการเคลื่อนย้าย
ขณะที่หน่วยงานราชการต้องเตรียมบุคลากรและเครื่องมือดูแลประชาชน ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้พูดคุยเรื่องนี้เช่นกันว่าจะมีข่าวออกมา ซึ่งมองว่าเป็นข่าวในลักษณะที่สร้างแรงกดดันให้รัฐบาล ขอย้ำว่ารัฐบาลมีมาตรการดำเนินการป้องกันไว้อยู่แล้ว
“วันนี้มีข่าวหลายข่าว ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำ แต่มีถึงเรื่องเอลนีโญและความแล้งในอนาคต ซึ่งเราเตรียมพร้อมทั้งสองอย่าง และอยากเรียนประชาชนว่า ข่าวที่อยู่ในโซเชียล เราต้องคิดและกลั่นกรองด้วย เพราะไปห้ามไม่ได้ว่าเป็นใคร มีเรื่องหนึ่งก็มีอีกเรื่องหนึ่งตามมา และที่เป็นข่าวออกมา ผมมองว่าเป็นเฟกนิวส์ ทำให้ตื่นตระหนกมากกว่า เพราะเราก็มีข้อมูลอยู่ว่าช่วงนี้จะมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ แต่ไม่ถึงขนาดกับที่บางเพจออกมาระบุ ยืนยันว่ารัฐบาลเอาอยู่” นายทรงศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงพื้นที่รับน้ำ สามารถรองรับปริมาณน้ำในขณะนี้ได้หรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ชี้แจงแล้วว่า ในแต่ละอ่างเก็บน้ำยังมีพื้นที่รับน้ำได้เท่าไหร่ และวันนี้จะเน้นการทำพื้นที่รับน้ำเพิ่มเติมหรือแก้มลิง เพื่อเก็บน้ำส่วนเกินในแต่ละลุ่มน้ำ
นอกเหนือจากการระบายออก หากประชาชนในกทม.เกิดความกังวลใจ เราก็พยายามจะควบคุมการระบายน้ำออกในพื้นที่เจ้าพระยาให้อยู่ในปริมาณที่ควบคุมได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
เมื่อถามถึงการจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ในรายละเอียดเยียวยาจะครอบคลุมถึงเรื่องอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นการเยียวยาที่ใกล้เคียงกับของเดิม ภายใต้เบี้ยประกันกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพื่อให้การจ่ายเงินเยียวยาได้เร็วขึ้นไม่เกิน 15 วัน จากเดิมที่เวลาเกิดอุทกภัยจะมีหลายหลักเกณฑ์ที่จะช่วยเหลือประชาชน
ทั้งนี้ เข้าใจว่าการใช้เงินจากภาษีอากรประชาชนต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง จึงมาใช้เรื่องระบบประกันทำให้ตัววงเงินที่จะนำไปเยียวยาลดลงจากเดิมที่ใช้เกือบ 4 หมื่นล้านบาท