กองทัพเรือ เตรียมขายทอดตลาด เรือ 11 ลำ หลังปลดระวาง 1 ต.ค.นี้ “คีรีรัฐ–สิมิลัน” อายุเกิน 50 ปี แต่หากขายไม่ได้เตรียมชำแหละชิ้นส่วนจำหน่าย นำส่งเงินคืนคลัง

วันที่ 24 ก.ย.2569 ที่กระทรวงกลาโหม มีรายงานว่า พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลงนามในหนังสือคำสั่งปลดเรือออกจากระวางประจำการ โดยกระทรวงกลาโหมพิจารณาแล้วเห็นว่า เรือในสังกัดกองทัพเรือ (ทร.) มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เนื่องจากใช้งานราชการมาเป็นเวลานาน ขณะที่การซ่อมบำรุงต้องใช้งบประมาณสูง และไม่คุ้มค่าต่อการซ่อมบำรุงเพื่อใช้งานต่อไป จึงเห็นสมควรให้ปลดเรือออกจากระวางประจำการ ลงวันที่ 23 ก.ย.2569

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมเรือหลายประเภท ประกอบด้วย

  • เรือฟริเกต ได้แก่ ร.ล.คีรีรัฐ และ ร.ล.สิมิลัน ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 50 ปี
  • เรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ ได้แก่ ร.ล.สิมิรัน (สิมิสัน)
  • เรือสำรวจขนาดใหญ่ ได้แก่ ร.ล.ศุกร์ และ ร.ล.จันทร

นอกจากนี้ ยังมี เรือตรวจการณ์และเรือประเภทอื่นๆ ได้แก่ เรือ ต.81, เรือ ต.82 และเรือ ต.83 ซึ่งเป็นเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง, เรือ ต.243 เป็นเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง รวมถึงเรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ ได้แก่ เรือ ล.ค.15 และเรือ ล.141 โดยทั้งหมดจะพ้นจากระวางประจำการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

รายงานข่าวระบุว่า การปลดระวางเรือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการปรับโครงสร้างและยกเครื่องกำลังรบทางเรือของกองทัพเรือ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ ตลอดจนสถานการณ์ภัยคุกคามและภารกิจด้านความมั่นคงในปัจจุบัน โดยมุ่งให้การจัดสรรกำลังและทรัพยากรทางเรือมีความเหมาะสมกับภารกิจในอนาคต

ด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ภายหลังที่กองทัพเรือ ปลดระวางเรือจำนวน 11 ลำ หลังมีสภาพทรุดโทรมและมีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่คุ้มค่าในการซ่อมบํารุง โดยจะมีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้

โดยขั้นตอนต่อไป ตามระเบียบ กระทรวงการคลัง กองทัพเรือ จะประกาศขายทอดตลาดเรือทั้ง 11 ลำ ให้กับผู้ที่สนใจ แต่หากขายไม่ได้ก็จำชำแหละเป็นชิ้นส่วนจำหน่ายและนำเงินที่ได้ทั้งหมดส่งคืนกระทรวงการคลัง ส่วนซากเรือที่ไม่สามารถขายได้ หากมีหน่วยงานรัฐสนใจเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ กองทัพเรือก็พร้อมจะมอบให้ เช่น นำไปทำปะการัง

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน