“สส.บุญรวี” แฉมีขบวนการ ใช้ ล็อบบี้ยิสต์ หนุนออกกฎหมาย คุ้มครองพันธุ์พืช เอื้อทุนต่างชาติ เกษตรกรทั่วประเทศ วิตกกังวลหนัก หวั่นอนาคต สิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์พืช-ต้นทุนเมล็ดพันธุ์สูงขึ้น

24 ก.ย. 69 – นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ กำลังวิตกกังวลอย่างหนัก ต่อความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จากการต่อรองผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

ในกรณีของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ฉบับปี 1991 หรือ UPOV 1991 ที่เชื่อมโยงกับการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA ไทย–EU) โดยเห็นว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนและเกษตรกร พร้อมขอให้ชะลอการออกกฎหมายฉบับนี้ไว้ก่อน

“ต้องขอเรียนว่า ขณะนี้มีกลุ่มทุนต่างชาติทุ่มเงินจำนวนมหาศาลผ่านนักการเมืองไทย เพื่อเร่งผลักดันกฎหมายฉบับนี้ โดยเป็นกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ของบริษัทที่มีชื่อเสียงรายหนึ่ง คือ ‘Mr. TONY’ สัญชาติอเมริกัน

จากบริษัท B.G.R. Group ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา บริษัทดังกล่าวเคยได้รับการว่าจ้างจาก นายทักษิณ ชินวัตร ในช่วงหลังการรัฐประหาร เพื่อช่วยประสานงานเรื่องการขอลี้ภัยในช่วงปี 2549–2558 และเป็นบริษัทที่นักการเมืองไทยรู้จักกันดี” นายบุญรวี กล่าว

นายบุญรวี ยืนยันว่า หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาไทย จะสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับเกษตรกรไทย จึงขอวิงวอนให้รัฐบาลเร่งทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกร และชะลอการออกกฎหมายฉบับนี้ไว้ก่อน

ทั้งนี้ สำหรับ UPOV 1991 คือ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (International Convention for the Protection of New Varieties of Plants) ฉบับแก้ไขปี 1991 มีเป้าหมายให้สิทธิผูกขาดแก่ผู้ปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชน/บริษัทเมล็ดพันธุ์ ในการควบคุมการผลิต ขยายพันธุ์ และจำหน่ายพันธุ์พืชที่จดทะเบียนไว้ เพื่อจูงใจให้เกิดการวิจัยพัฒนาพันธุ์ใหม่

โดยประเด็นที่เกษตรกรกังวล เช่น สิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์ : UPOV 1991 เข้มงวดกว่ากฎหมายไทยปัจจุบัน อาจจำกัดสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์พืชคุ้มครองไว้ปลูกซ้ำ ต่างจาก พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มาตรา 33 ที่ปัจจุบันยังอนุญาตให้ทำได้

ขณะที่ต้นทุนเมล็ดพันธุ์จะสูงขึ้น โดยสภาผู้บริโภคประเมินว่าราคาเมล็ดพันธุ์อาจสูงขึ้น 2-6 เท่า เนื่องจากเกษตรกรต้องพึ่งพาเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชนแทนการเก็บพันธุ์เองตามวิถีเดิม

ส่วน FTA ไทย–EU คือ การเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงใกล้จบการเจรจา โดยฝ่าย EU ได้เสนอเงื่อนไขในข้อ Article X.51 (Protection of Plant Variety Rights) ให้ไทยยกระดับกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชให้สอดคล้องกับมาตรฐาน UPOV 1991 แทนกฎหมายปัจจุบันคือ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน