สุรศักดิ์ โอดเจอกับตัว “การบินไทย” ทำกระเป๋าตกค้าง ติง ทหารไปช่วยขน ไม่มีข้าว-ที่พัก ฉะ ผู้บริหาร ไม่พร้อมทำงาน ลาออกไป บี้ รมว.คลัง ขันน็อตถกบอร์ด ทำชื่อเสียงประเทศเสียภาพลักษณ์

29 ก.ย. 69 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงปัญหากระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร ที่เดินทางมาด้วยสายการบินไทย ตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิจำนวนมาก ว่า

ตนได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงาน ทั้ง กระทรวงกลาโหม และกระทรวงคมนาคม ซึ่งพบว่า การลำเลียงกระเป๋าของเฉพาะสาย การบินไทย มีปัญหา

เนื่องจากไปรับบริการขนกระเป๋าของสายการบินในเครืออื่นด้วย ทำให้ผู้โดยสารต้องรอรับกระเป๋า บางคนต้องรอ มากกว่า 5 ถึง 6 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น

และช่วงที่ฝนตกหนัก ทำให้พนักงานของบริษัทการบินไทยไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเฉพาะพนักงานขนกระเป๋า จึงทำให้กระเป๋าตกค้างสะสม ซึ่งปัจจุบันสัมภาระก็ยังถูกกองอยู่เยอะ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการขอ กำลังทหารกว่า 100 นาย มาช่วยขนแล้ว และจะนำส่งให้กับนักท่องเที่ยวไปยังโรงแรมที่พักและบ้านต่อไป แต่ยอมรับว่า ความชำนาญ อาจจะไม่เท่ากับ เจ้าหน้าที่ของสายการบินโดยตรง แต่คาดการณ์ว่า จะจัดส่งกระเป๋าไปยังที่พักของนักท่องเที่ยวได้ 3-4 วัน ตามที่การบินไทยระบุ

นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาหลังเกิดความล่าช้าในการลำเลียงกระเป๋า ว่า ทำให้ไฟลท์การบินอื่นๆ ได้รับผลกระทบไปด้วย ต้องดีเลย์ เพราะเครื่องบินที่มีกระเป๋าตกค้างบนเครื่อง ไม่สามารถทำการบินต่อได้ และกระเป๋าของผู้โดยสารขาออก ก็ไม่สามารถลำเลียงขึ้นเครื่องได้

นายสุรศักดิ์ ยังตำหนิ ผู้บริหารสายการบินไทย ที่ไปรับผิดชอบสายการบินในเครืออื่นด้วย เพราะก็จะต้องนำเจ้าหน้าที่ของสายการบินไทย ไปช่วยเหลือสายการบินอื่นในเครือ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ จึงทำให้สายการบินที่แย่ที่สุดในวันนี้ คือ สายการบินไทย

ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมถึง รัฐมนตรี คนอื่น ๆ ได้รับทราบปัญหา และรู้ว่า การบินไทย เริ่มกลับมาทำกำไรได้มากขึ้น แต่กลับเกิดปัญหาเช่นนี้ จึงจะต้องตำหนิผู้บริหารสายการบินไทย

ทั้งที่กระทรวงกลาโหม ได้นำกำลังพลไปช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีอาหาร ที่พักให้ ทำให้ทหารต้องกลับไปกินอาหารที่หน่วย และกลับมาลำเลียงกระเป๋าใหม่ และการบินไทย ก็ยังไม่ให้ข้อมูลใดในการช่วยเหลือ ไม่พยายามแก้ปัญหา ทั้งที่เป็นภาพลักษณ์ของประเทศ กระทบการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของสายการบินระดับประเทศ

ดังนั้น จึงน่าจะต้องมีการพูดคุยอย่างจริงจัง และผู้บริหารจะต้องทำงานเชิงรุกให้มากกว่านี้ หรือคิดว่าใกล้จะครบวาระ จะไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ หากไม่พร้อมทำงานควรลาออกไปเลย เพราะวันนั้นที่ตนไปลงพื้นที่ ตนก็ยังรู้สึกกระวนกระวาย มากกว่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบหน้าที่โดยตรง

เมื่อถามว่า รัฐมนตรี ดูโมโหกับเหตุการณ์นี้ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้ประสบพบเจอกับตนเอง หลังจากกลับมาจาก เอเชียนเกมส์ ตนเองก็ไม่ได้รับกระเป๋า ขอมารับภายหลัง และทุกหน่วยงานได้สะท้อนปัญหามาถึงตน กันทั้งหมด ว่า ไม่ได้รับความร่วมมือ ทั้งที่หน่วยงานต่างๆ พร้อมให้การช่วยเหลือ

ซึ่งตนก็ไม่สบายใจกับการทำงานเช่นนี้ของสายการบินไทย เพราะเป็นชื่อเสียงของประเทศ เสียภาพลักษณ์ และทราบว่า ผู้บริหารใกล้จะครบวาระแล้ว ถ้าไม่อยากทำงานก็พิจารณาตนเองเร็วๆ คนอื่นที่พร้อมทำงาน จะได้มาทำหน้าที่ แล้วตอนนี้ สายการบิน ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ สายการบินไทย

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง เนื่องจากสนามบินยังคงเปิดตามปกติและสายการบินก็ทำการบินตามปกติ ไม่มีการดีเลย์จากสภาพอากาศแล้ว มีเพียงการดีเลย์จากเทคนิคของสายการบินไทย ที่ไม่พร้อมที่จะบิน แต่ตนกังวลเพียงเรื่องกระเป๋าของนักท่องเที่ยว

นายสุรศักดิ์ ยังเห็นว่า ขณะนี้สายการบินไทยเป็นสายการบินเอกชนแล้ว แม้ว่ากระทรวงการคลังจะถือหุ้นใหญ่ก็ตาม แต่น่าจะนำกลับมาเป็นของรัฐใหม่ พร้อมเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังควรจะเรียกประชุมบอร์ดการบินไทย เพื่อพูดคุยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสาเหตุนี้ เพราะการบินไทยกำลังจะกลับมาได้ดี แต่เหตุการณ์นี้ทำให้กลับมาต้องเสียชื่ออีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน