“ทวี” ลงพื้นที่รามคำแหงต่อเนื่อง ลุยโรงครัวช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชูพลังพหุวัฒนธรรม ทุกคนต้องได้รับความช่วยเหลือ

วันที่ 29 กันยายน 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่รามคำแหงอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แม้น้ำจะลดลงบ้างแต่หลายชุมชนยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะการขาดแคลนอาหารและการเดินทางที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก

จุดแรก พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปเยี่ยมเยียนโรงครัวที่มินิพลาซ่า@59 ซอยรามคำแหง 59 ซึ่งมี นางสาววรลักษณ์ ศรีสอาด หรือ “จูฟะห์ ราม 59” รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นผู้บริหารจัดการโรงครัวและประสานการแจกจ่ายอาหารให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย แม้ สส.พรรคติดภารกิจในพื้นที่แต่ก็ยังส่งแรงใจมาช่วยสนับสนุน

สำหรับวันนี้ โรงครัวได้รับการสนับสนุนจาก ครัวนัจวา สาธุประดิษฐ์ มาร่วมปรุงอาหาร โดยจัดทำเมนู ข้าวไก่ผัดพริกแกงหน่อไม้ ข้าวผัด และปลาตัวซิวทอด ก่อนบรรจุเป็นอาหารกล่องเพื่อกระจายส่งต่อไปยังชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ ที่ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม

จากนั้น พ.ต.อ.ทวี เดินทางต่อไปยัง มัสยิดยามีอุลอิสลาม (รามคำแหง 53) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญในการระดมกำลังอาสาสมัครและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมี อิหม่ามสุธี เกตุประสิทธิ์ ประธานมัสยิดยามีอุลอิสลาม ให้การสนับสนุนพื้นที่และร่วมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลัง เพื่อใช้เป็นพื้นที่ประกอบอาหารและจัดเตรียมอาหารสำหรับนำไปแจกจ่ายตามชุมชนและตรอกซอกซอยที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (P.N.Y.S)และกลุ่มไรเดอร์

จัดตั้งครัวกลาง ทำอาหารปรุงสุกโดยได้รับการสนับสนุนน้ำใจจากทุกสารทิศรวมถึงพันตำรวจเอกทวี และคุณนัท สว. สำรอง และอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้นำข้าวสารและไข่ไก่มามอบให้เพื่อสนับสนุนอีกแรง

พันตำรวจเอกทวีกล่าวตอนหนึ่ง “ทางทีมการเมืองมีนโยบายลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและกลุ่มไรเดอร์โดยตรง พร้อมกันนี้ได้จัดทำ ร่างกฎหมายคุ้มครองสิทธิไรเดอร์ ขึ้น โดยนำมาตรฐานสังคมและมาตรฐานสากลมาเป็นกรอบคิดหลัก เพื่อสร้างความยุติธรรมและยกระดับให้อาชีพไรเดอร์เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ไม่ถูกเอาเปรียบในการทำงาน อย่างน้อยที่สุดสวัสดิการ การรักษาพยาบาลต่างๆควรเท่าเทียมกัน”

พื้นที่รามคำแหง 53 ยังสะท้อนภาพการอยู่ร่วมกันของผู้คนต่างศาสนาและวัฒนธรรมอย่างชัดเจน เพราะอาหารที่จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นคนไทยพุทธหรือมุสลิม ทุกคนสามารถเข้ามารับความช่วยเหลือได้ตามความจำเป็น สะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชนและความเป็น “พหุวัฒนธรรม” ที่เกิดขึ้นในยามวิกฤต

จากนั้น พ.ต.อ.ทวี เดินทางต่อไปยังพื้นที่ ราม 81 หรือย่านลาดพร้าว 130 ได้ทักทายพูดคุยและให้กำลังใจแม่ครัวที่เป็นครัวหลักปรุงอาหารและบรรจุอาหารกล่อง เพื่อส่งต่อให้แก่คนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดย พ.ต.อ.ทวี ได้สนับสนุนเงินทุนสำหรับการจัดทำอาหาร เพื่อให้การช่วยเหลือสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับชุมชนบริเวณ ซอยลาดพร้าว 130, 132 แยก 1–2, 132 แยก 3 และซอย 143 ถือเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีผู้คนหลากหลายกลุ่มอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะชาวมลายูพลัดถิ่นจำนวนหนึ่งที่เข้ามาตั้งรกราก สร้างครอบครัว และใช้ชีวิตร่วมกับคนในพื้นที่มาเป็นเวลานาน จนเกิดเป็นเครือข่ายชุมชนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามปกติ และยิ่งเห็นได้ชัดในช่วงเกิดวิกฤตน้ำท่วม

การลงพื้นที่ของ พ.ต.อ.ทวี ในครั้งนี้ จึงไม่ได้มีเพียงการนำอาหารไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ยังเป็นการติดตามการทำงานของเครือข่ายภาคประชาชน แม่ครัว อาสาสมัคร และผู้นำชุมชนที่ร่วมกันประคับประคองผู้คนให้ผ่านสถานการณ์ไปด้วยกัน

ท่ามกลางวิกฤต สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลชีวิตและความอยู่รอดของประชาชน ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ ศาสนา หรือวัฒนธรรมใด เพราะเมื่อเกิดภัยพิบัติ ความเดือดร้อนของทุกคนล้วนต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม และพลังของการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน คือสิ่งที่ทำให้ชุมชนสามารถก้าวผ่านวิกฤตไปได้ร่วมกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน