“สิริพงศ์” แจงโทลล์เวย์ แจ้งเคลื่อนย้ายรถ เหตุถนนส่วนใหญ่น้ำแห้งสัญจรปกติ หวั่น อันตรายทรัพย์สินเสียหาย ชี้ ที่จอดรถ รฟม. รองรับได้เกือบพันคัน ให้บริการถึง 2 ต.ค. หากสถานการณ์ยังไม่ดี พร้อมขยาย ขออภัย สื่อสารคลาดเคลื่อน ปมเก็บเงินตอนเอารถลง เตรียมคืนเงิน ปชช. ทุกคน

29 ก.ย. 69 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่โทลล์เวย์ออกประกาศให้ประชาชน ที่เอารถไปจอดบนโทลล์เวย์ เคลื่อนย้ายรถลงมา ไม่เช่นนั้น เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขนย้าย ว่า

ปัจจุบัน ถนนเส้นหลักหลายเส้น ที่ประสบสถานการณ์น้ำท่วม ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายจำนวนมากแล้ว แม้โดยรวมจะยังมีน้ำท่วมอยู่หลายจุด แต่สาเหตุที่ทาง โทลล์เวย์ให้เคลื่อนย้ายรถ เนื่องจากปัจจุบัน เมื่อถนนข้างล่างเข้าสู่สภาพปกติแล้ว ทำให้ ผู้ใช้รถใช้ถนนมีพฤติกรรมในการขับขี่ปกติ

ฉะนั้นในการใช้รถใช้ถนน บริเวณทางด่วนพิเศษ ทางด่วน หรือ สะพาน จะเริ่มมีการใช้ความเร็ว ทำให้การจอดรถบนโทลล์เวย์ ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชนด้วย

ขณะเดียวกันประชาชนที่ยังไม่มีที่จอดรถ เพราะสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ยังมีจุดจอดรถของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ซึ่งมีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ โดยเฉพาะสถานีจอดรถของรฟม. ตรงลาดพร้าว ยังสามารถรองรับรถได้อีกเกือบ 1,000 คัน

ขอยืนยันว่า ในการขยับย้ายรถ กระทรวงคมนาคม ยังมีที่จอดรถอื่นๆ เช่น อาคารจอดรถของ รฟม. ที่ให้บริการประชาชนได้ฟรี ถึงวันที่ 2 ตุลาคม แต่หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย จะมีการพิจารณาขยายเวลาต่อ

นายสิริพงศ์ ยังกล่าวถึงประเด็นดราม่าในวันแรกที่ระบุว่า ถ้าประชาชนลงจากโทลล์เวย์แล้ว จะต้องเสียเงินว่า ตรงนี้ต้องขออภัย เนื่องจากเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน เพราะมีการนำรถเข้าไปจอดในวันก่อนหน้านั้น ซึ่งยังไม่มีการประกาศใช้ อย่างไรก็ตาม ทาง รฟม.ได้ดำเนินการแล้ว เนื่องจากมีการบันทึกข้อมูลของคนที่จ่ายเงิน ซึ่งจะมีการคืนเงินให้กับทุกคน ที่ได้เก็บมา ในวันเสาร์ที่ 25 กันยายน นี้

ส่วน ประชาชนที่จอดรถไว้บริเวณถนนรอบนอกที่ไม่ใช่โทลล์เวย์ จะยังสามารถจอดได้หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตำรวจจราจร จะเป็นผู้พิจารณา แต่ขอย้ำว่า การจอดบนถนนในปัจจุบันที่ในเส้นทางน้ำแห้งแล้ว มีความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเอง เนื่องจาก พฤติกรรมขับขี่ของผู้ขับขี่ในขณะนี้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

เมื่อถามว่า บริเวณโดยรอบเคหะร่มเกล้า ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ประชาชนยังจอดรถอยู่บนถนนสายหลัก และบนสะพานยังสามารถจอดรถได้หรือไม่ นายสิริพงศ์ ระบุว่า ประชาชนสามารถจอดได้ เพราะนายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางว่า ให้บริการประชาชน เช่น บริเวณชุมชนที่กีดขวางการจราจรมากเกินไปยังสามารถจอดรถได้ แต่หากเป็นทางหลวง หรือทางด่วน ที่รถใช้ความเร็วสูง ตรงนี้สมควรจะต้องขยับรถ

เมื่อถามว่า บริเวณสะพานข้ามแยกต่างๆ ยังสามารถจอดได้หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จะมีการ ประชาสัมพันธ์ โดยตำรวจจราจร ซึ่งเวลา 13.00 น. ในวันที่ 29 ก.ย. นี้ ทางกระทรวงคมนาคม ได้จัดเตรียมรถลากไว้ประมาณ 40 คัน ส่วนจะสามารถจอดได้หรือไม่ได้ จะเป็นหน้าที่ของตำรวจจราจร ในการพิจารณา ขณะที่ กระทรวงคมนาคม จะช่วยสนับสนุนในส่วนของเครื่องมือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน