คนปราจีนฯ บ่นอุบ น้ำท่วมมาอย่างไว รัฐเตือนล่าช้า ช่วยไร้ระบบ ผวาซ้ำสารพิษอุตสาหกรรม ลอยมากับน้ำ เสียงสะท้อนจากชาวบ้าน หลัง ‘วีระยุทธ’ ลงพื้นที่
วันที่ 29 ก.ย.69 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ปราจีนบุรี พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน โดยเฉพาะที่ อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจนประชิดเส้นทางสัญจร หลายพื้นที่ไม่สามารถเดินทางเข้าถึงได้แม้ใช้รถขนาดใหญ่
โดยนายวีระยุทธ กล่าวว่า จากการได้พูดคุยกับประชาชนในพื้นที่พบว่าหนึ่งในปัญหาสำคัญคือการแจ้งเตือนภัยที่ล่าช้ากว่าสถานการณ์จริง โดยประชาชนบางส่วนสะท้อนว่า ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นแล้วจึงได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพ ขณะที่สถานการณ์เริ่มรุนแรงมาตั้งแต่ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้มีผู้ติดอยู่ภายในบ้าน ไม่สามารถอพยพออกมาได้เนื่องจากระดับน้ำสูงและกระแสน้ำเชี่ยว โดยมีอาสาสมัครกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ
นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า แต่การทำงานส่วนใหญ่เป็นการเข้าพื้นที่โดยอิสระและยังขาดระบบบริหารจัดการร่วมกัน ส่งผลให้อาสาสมัครบางส่วนต้องรับภาระอย่างหนัก ขณะที่อาสาสมัครซึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดไม่ทราบพื้นที่หรือทิศทางในการเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน
นายวีระยุทธ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ที่ทำการ อบต.ศรีมหาโพธิ ถูกปรับเป็นครัวกลางสำหรับประกอบอาหารแจกจ่ายให้ประชาชน โดยคณะทำงานจังหวัดปราจีนบุรี พรรคประชาชน ได้นำวัตถุดิบเข้าสมทบการทำอาหาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบต. แสดงความกังวลว่าสถานการณ์ครั้งนี้อาจรุนแรงและยืดเยื้อ เนื่องจากน้ำมีแนวโน้มระบายออกได้ช้า และอาจต้องใช้เวลานานกว่าระดับน้ำจะกลับสู่ภาวะปกติ
นายวีระยุทธ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ โดยเฉพาะเรือเครื่องยนต์และผู้ขับเรือ ซึ่งมีไม่เพียงพอต่อการลำเลียงอาหาร สิ่งของ และความช่วยเหลือเข้าไปยังชุมชนที่ถูกน้ำท่วมสูงและไม่สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้
อีกหนึ่งข้อกังวลสำคัญที่ประชาชนสะท้อนมา คือความเสี่ยงจากสารปนเปื้อนที่อาจมากับน้ำท่วม เนื่องจากปราจีนบุรีเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมและมีปัญหาเรื่องมลพิษและกากอุตสาหกรรมสะสมอยู่เดิม เมื่อน้ำท่วมจึงทำให้ประชาชนกังวลว่าจะต้องสัมผัสกับสารปนเปื้อนโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ระหว่างสำรวจในบริเวณทุ่งนา ตนและคณะยังพบคราบลักษณะเป็นผิววาวบนผิวน้ำ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับสารเคมีหรือของเสียจากภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่างเพื่อยืนยันชนิดและแหล่งที่มาของสารดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ขณะที่ประชาชนระบุว่ายังไม่เห็นการเข้ามาจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง
นายวีระยุทธ กล่าวอีกว่า จากการได้รับฟังข้อกังวลของประชาชน ส่วนใหญ่มองว่าการดำเนินการของภาครัฐล่าช้ากว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ และการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้ไม่ใช่เพียงการลำเลียงความช่วยเหลือเข้าไปให้ถึงประชาชนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ แต่รวมถึงการจัดระบบอาสาสมัครและทรัพยากรให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายวีระยุทธ กล่าวด้วยว่า การแจ้งเตือนที่ต้องทันต่อสถานการณ์ ตลอดจนการเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำและสารปนเปื้อน เพื่อไม่ให้ประชาชนที่กำลังเผชิญน้ำท่วมต้องรับความเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่งด้วย

