“สกลธี” ซัด รัฐบาล แก้น้ำท่วมล่าช้า ฉะ นายกฯ ต้องมองภาพกว้าง ไม่ใช่แจกเงินเป็นจุดๆ จี้ลดขั้นตอนรับเงินเยียวยา-อำนวยความสะดวกประชาชนหลังน้ำลดให้มากที่สุด
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 30 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร แสดงความห่วงใยหลังจากลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า พบว่ายังไม่มีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขลงไปในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ
เนื่องจากโรคที่ตามมากับน้ำ มีทั้งโรคฉี่หนู น้ำกัดเท้า และยุงลาย จึงขอเรียกร้องให้ รมว.สาธารณสุข ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูแลในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่
เมื่อถามถึงการรับมือและแก้ปัญหาของรัฐบาลยังล่าช้าอยู่หรือไม่ นายสกลธี กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้ประสบภัยคนหนึ่ง แต่ยังไม่เท่ากับคนในพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้าและเคหะคลองจั่น ตนมองว่าการช่วยเหลือของภาครัฐช้ามาก เพราะจนถึงวันนี้ในพื้นที่ดังกล่าวตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่หรือสำนักงานเขตเข้าไปแม้แต่หน่วยงานเดียว แต่ความช่วยเหลือที่ประชาชนได้ กลับมาจากจิตอาสาและฝ่ายการเมืองต่างๆ
“อยากเรียกร้องนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อตั้งนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เป็น Single Command และให้ รมว.กลาโหม เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์น้ำท่วมแล้ว ก็อยากให้หน้างานเร่งสำรวจชุมชนตามตรอกซอกซอย เพราะถนนหลักใหญ่จบแล้ว แต่น้ำขังตามซอยต่างๆ ยังมีอยู่ ตนคิดว่ายังมีประชาชนเกือบ 1 แสนคนที่ยังไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ” นายสกลธี กล่าว
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่การลงพื้นที่เขตสายไหมของนายกรัฐมนตรีเมื่อคืนนี้ (29 ก.ย.) แจกเงินให้ประชาชนคนละ 1,000 บาท นายสกลธี กล่าวว่า เราไม่อยากเห็นภาพนั้น การแจกเงินให้ชาวบ้านมันดีอยู่แล้ว แต่อยากให้นายกฯ ใช้อำนาจความเป็นนายกฯ เป็นผู้ปกครองสูงสุดของประเทศ ช่วยเหลือในภาพกว้าง
เพราะการนำเงินไปช่วยก็ช่วยได้เฉพาะจุดที่นายกฯ ไปเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายจุดที่เดือดร้อนที่นายกฯ ไม่ได้ไป ยังรอรับการช่วยเหลืออยู่ และหลังน้ำลดก็ต้องเยียวยาอีกมากมาย ซึ่งยังเป็นคำถามต่อว่า จะได้เท่าไหร่ และเมื่อไหร่
อย่างการเคหะคลองจั่นและการเคหะร่มเกล้า ซึ่งน้ำท่วมมา 4-5 วันแล้ว ต้องมีการเยียวยาทั้งทรัพย์สินและจิตใจ รัฐบาลควรเร่งเรื่องนี้มากกว่าไปแจกเป็นเงินเป็นจุดๆ เพราะบทเรียนเราเห็นมาแล้วจากน้ำท่วมหาดใหญ่ เช่น การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนไม่เพียงพอ เพราะชาวบ้านต้องมีการแจ้งความ แจ้งหน่วยงานภาครัฐในการประเมินความความเสียหาย
รัฐควรอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนถึงพื้นที่ ไม่ใช่ต้องเดินทางไปที่สน. หรือสำนักงานเขต ได้ข่าวว่ามีการตั้งศูนย์ประสานงานส่วนหน้าในแต่ละเขตไปแล้วก็ควรที่จะดำเนินการให้ครบ ทั้งแจ้งความ ยื่นหลักฐาน เพื่อให้ประชาชนลำบากน้อยที่สุด