“บิ๊กดุลย์” ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บินสำรวจระบบน้ำ กทม. สั่งเชื่อมข้อมูลทั้งระบบ เร่งระบายน้ำลงทะเล ลดผลกระทบประชาชนให้ได้มากที่สุด
เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้แทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลงพื้นที่ติดตามและสำรวจระบบบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ภายหลังเข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติในช่วงเช้า ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธาน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ และกรุงเทพฯ โดยการประชุมมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการรับมือสถานการณ์ในภาพรวมของประเทศ
ในการลงพื้นที่ พล.ท.อดุลย์ พร้อมด้วย นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน และนายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสำรวจสถานการณ์และระบบระบายน้ำในจุดสำคัญ เพื่อประเมินภาพรวมการบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ ไม่เฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง
โดยติดตามตั้งแต่ทิศทางการไหลและการผันน้ำ ประตูระบายน้ำ คูคลองและคลองสายหลัก พื้นที่รับน้ำและแก้มลิง ไปจนถึงเส้นทางระบายน้ำลงพื้นที่ปลายน้ำและปากน้ำออกสู่ทะเล พร้อมพิจารณาข้อมูลระดับน้ำ ปริมาณน้ำ ความสามารถในการรองรับและระบายน้ำของแต่ละพื้นที่ รวมถึงจุดที่อาจเป็นข้อจำกัดของระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำระหว่างกรุงเทพฯ พื้นที่ปริมณฑล และระบบชลประทานเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน
การสำรวจครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร และกรมชลประทาน โดยก่อนหน้านี้ พล.ท.อดุลย์ พร้อมนายณรงค์ และนายวิทยา ได้ร่วมติดตามระบบระบายน้ำและพิจารณาข้อมูลระดับน้ำในพื้นที่ เพื่อประเมินทิศทางการไหล จุดน้ำท่วมขัง และขีดความสามารถของระบบระบายน้ำมาแล้ว
พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า การแก้ไขสถานการณ์ขณะนี้จำเป็นต้องมอง “น้ำทั้งระบบ” ตั้งแต่ต้นทาง เส้นทางน้ำ พื้นที่พักน้ำ ไปจนถึงจุดระบายออก ไม่สามารถแก้ไขเฉพาะจุดได้ ข้อมูลจากทุกหน่วยงานต้องเชื่อมโยงเป็นภาพเดียวกัน เพื่อกำหนดจังหวะการสูบ การผลัก การผัน และการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม ลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน และเร่งให้ระดับน้ำในพื้นที่ประสบภัยลดลงโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดให้ พล.ท.อดุลย์ เป็นผู้แทนครม.กำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีหน้าที่กำกับดูแล ประสานงาน และดำเนินการแก้ไขปัญหาในนามนายกรัฐมนตรี เพื่อเชื่อมโยงและประสานการปฏิบัติของหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นระบบและรวดเร็ว
ขณะที่กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพยังคงสนับสนุนการบริหารจัดการสถานการณ์ควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ เรือ เครื่องมือและยุทโธปกรณ์ รวมถึงการอพยพ การลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ที่การเดินทางยังมีข้อจำกัด พร้อมประสานการสนับสนุนเพิ่มเติมแก่กรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น
“เป้าหมายสำคัญขณะนี้ คือ ทำให้น้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เราต้องเชื่อมข้อมูลและการทำงานของทุกหน่วยเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงทะเล เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด” รมว.กลาโหม กล่าว
กระทรวงกลาโหมจะติดตามสถานการณ์และประสานการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนศักยภาพของกองทัพทั้งในภารกิจบริหารจัดการสถานการณ์ การช่วยเหลือประชาชน และการเตรียมเข้าสู่ระยะฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็วที่สุด