ปชป. จี้รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วน ปล่อยสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย3-6 เดือนแรกช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทวงสัญญากองทุนภัยพิบัติ 1 แสนบาทต่อครัวเรือน เหน็บพูดแล้วทำหรือเทคนิคหาเสียง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจพรรค แถลงถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่

นายกรณ์กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก ซ้ำเติมความยากลำบากโดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กที่ต้องหยุดประกอบอาชีพต่อเนื่องหลายวัน เสียโอกาสทำมาหากิน เงินไม่เหลือ ไม่มีเงินเข้ากระเป๋า ขณะที่ทรัพย์สินและอุปกรณ์ทำมาหากินได้รับความเสียหาย การจะกลับมาค้าขายเปิดร้านใหม่ ต้องใช้เงิน แต่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินแหล่งทุนด้วยตัวเอง

“สิ่งที่อยากเรียกร้องรัฐบาลคือ เร่งออกมาตรการวันนี้เลย โดยเฉพาะธนาคารออมสิน ที่เป็นสถาบันการเงินของรัฐในการช่วยเหลือประชาชน ประชาชนรอไม่ได้ หากเข้าถึงแหล่งทุนไม่ได้ก็จะกลับเข้าไปสู่วงจรลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อน้ำท่วมปี 2554 วันนี้รัฐบาลมีโอกาสลบล้างความผิดพลาดในอดีต”นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า อยากให้รัฐบาลพิจารณาปล่อยวงเงินสินเชื่อวงเงินตั้งแต่ 20,000–200,000 บาท ระยะเวลา 2 ปี ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตและโซนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม อาจจะ3-6เดือนแรกปลอดดอกเบี้ย ที่เหลือดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 7 ต่อปี เพื่อให้มีเงินทุนสำหรับเริ่มต้นประกอบอาชีพอีกครั้งแค่นี้ประชาชน มีทางรอดและสามารถอยู่ได้

การออกมาตรการเช่นนี้จะช่วยให้ประชาชนไม่หลุดเข้าไปอยู่ในวงจรอุบาทว์กับดอกเบี้ยนอกระบบ ซึ่งมันต่างกันระหว่างความอยู่รอดกับนรก

ด้านนางการดี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ อยากวิงวอนรัฐบาลช่วยเร่งเยียวยาเครื่องมือทางเศรษฐกิจของคนตัวเล็ก พบว่าตลาดและย่านการค้าขายสำคัญของชุมชนหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เศรษฐกิจฐานรากหยุดชะงัก

เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ รัฐบาลไม่ต้องเริ่มจากศูนย์เพราะมีฐานข้อมูลร้านค้าที่ลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่ง และไทยช่วยไทยพลัสอยู่แล้ว ซึ่งมีมากกว่า 1.09 ล้านราย

รัฐบาลควรนำฐานข้อมูลนี้มาคัดกรองร้านค้าในพื้นที่ประสบภัย และเปิดช่องทางลงทะเบียนขอสินเชื่อ โดยให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ปล่อยกู้ ขณะเดียวกันต้องเปิดให้ผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าวยื่นขอผ่านธนาคารได้โดยตรงด้วย

“รัฐบาลควรเร่งประกาศหลักเกณฑ์การเยียวยาให้กับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้ชัดเจน ว่าจะใช้วิธีจ่ายเงินในอัตราเดียวกันทุกครัวเรือน หรือพิจารณาตามระดับความเสียหายจริง รวมถึงแนวทางชดเชยความเสียหายของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินและเครื่องมือประกอบอาชีพที่สำคัญของประชาชน”นางการดี กล่าว

ขณะที่ นายตรีรัตน์ กล่าวว่า พรรคขอทวงสัญญาที่พรรคภูมิใจไทยเคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2569 ว่าจะตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เมื่อเกิดภัยพิบัติ ระบบ AI จะตรวจจับข้อมูลและจ่ายเงินเยียวยา 100,000 บาททันทีต่อครัวเรือน เราจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะพูดแล้วทำตามที่เคยประกาศไว้กับประชาชนได้จริงหรือไม่ หรือคำสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงเทคนิคและวาทะกรรมหาเสียง

เมื่อถามว่าในการเยียวยาแรงงานพลัดถิ่นและมาเช่าที่พักอาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จะเยียวยาให้ครอบคลุมได้อย่างไร นายกรณ์ กล่าวว่า นี่คือตัวอย่างรายละเอียดที่รัฐบาลจะต้องให้โดยเร็ว แม้เราไปอ่านเงื่อนไขตามสัญญาภัยพิบัติที่รัฐบาลได้เริ่มประยุกต์ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ก็ยังขาดความชัดเจนว่าประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจะได้รับการชดเชยในกรณีไหนอย่างไรบ้าง

เช่น มีความแตกต่างอย่างไรระหว่างประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านพื้นดิน กับประชาชนที่อยู่บนแฟลต เช่น แฟลตคลองจั่น ตัวบ้านอาจไม่ได้รับความเดือดร้อนและความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง แต่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ซึ่งกรณีแบบนี้จะได้รับการเยียวยาอย่างไร รวมถึงประชาชนที่เช่าพื้นที่อาศัย ซึ่งเป็นประชาชนที่มาทำมาหาเลี้ยงชีพในกรุงเทพฯ

“ทุกคนควรได้รับการดูแลด้วย เพราะได้รับผลกระทบและความเสียหายเช่นกัน แต่ถ้าการเยียวยาผูกติดอยู่กับการเป็นเจ้าของบ้านเรือน อาคาร ผูกติดอยู่กับสำมะโนครัว หรือหลักฐานการเป็นเจ้าของสถานที่ ผมคิดว่ามันจะเป็นปัญหาเวลาเราดูแลความเสียหายจริง ๆ

เจตนาที่แท้จริงคืออะไรเจตนาที่แท้จริงคือเราต้องการดูแลคนไม่ใช่ดูแลอาคาร เพราะฉะนั้นถ้าคนเดือดร้อนเราควรที่จะมีวิธีช่วยเหลือเยียวยาไปที่ตัวคน ” นายกรณ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน