“สส.บุญรวี” แถลงพิรุธ ทุนเทา กว้านซื้อ ที่ดินแก้มลิง เหตุทำน้ำท่วมหนัก จี้ รัฐบาล ตรวจสอบด่วน ระยอง-ชลบุรี ปมซื้อที่ดิน ฝังขยะอิเล็กทรอนิกส์

7 ต.ค. 69 – นายบุญรวี ยมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบ และดำเนินการเกี่ยวกับข้อกังวลของพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัด

กรณีได้มีกลุ่มทุนเทา ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี เข้าไปกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เช่น ระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี โดยระบุว่า พื้นที่บางส่วนมีศักยภาพพัฒนาเป็นแก้มลิง ที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขังตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริที่แก้ปัญหาได้อย่างเห็นผลเป็นที่ประจักษ์ชัดในหลายพื้นที่

และเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทางฝั่งตะวันออก เป็นสิ่งที่ได้อย่างชัดเจนว่า หากมีการดำเนินโครงการก่อสร้างแก้มลิงในพื้นที่ตามแผนที่กำหนด จะช่วยทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหนักแบบที่เกิดขแบบที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ซึ่งกล่าวได้อย่างชัดเจนว่า การไม่มีแก้มลิงในพื้นที่ คือ เหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก

นายบุญรวีกล่าวต่อไปว่า เวลานี้มีพี่น้องประชาขนในหลายจังหวัดได้แจ้งข้อมูลเข้ามายังพรรครวมใจไทยอย่างมากมายว่า มีกลุ่มทุนเทา กำลังเร่งกว้านซื้อที่ดิน ซึ่งที่ดินที่ถูกขายออกไปในหลายแห่งสามารถนำมาพัฒนาทำเป็นโครงการแก้มลิง ที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ แต่จากการถูกทุนเทากว้านซื้อ กลับถูกนำไปใช้เป็นพื้นที่ลักลอบฝังขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามมาอย่างแน่นอน

“ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และจริงจัง โยขอยกตัวอย่างเช่น พื้นที่จังหวัดระยอง มีรายงานข่าวมาว่า ได้มีคนไทย ที่ทำตัวเป็นนอมินีของกลุ่มทุนเทา กว้านซื้อที่ดินขนาดตั้งแต่ 50 – 100 ไร่ และดำเนินการก่อสร้างโรงงานในพื้นที่ ซึ่งมีเบื้องหลังที่น่าตกใจว่า หลังจากซื้อที่ดินแล้ว จะมีการขุดดินขึ้นมา เพื่อทำให้เป็นบ่อมีความลึกประมาณ 50 เมตร

จากนั้น จะลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาทิ้งจนเต็ม แล้วทำการฝังกลบ และก่อสร้างโรงงานทับไว้ด้านบน นี่จึงเป็นที่มาของการเรียกร้องให้รัฐบาล ได้เร่งำดเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะประเด็นนี้ไม่ใช่เพียงการอำพรางผู้ถือครองที่แท้จริง แต่ยังเชื่อมโยงกับคำถามว่า ที่ดินเหล่านั้นถูกนำไปใช้ทำอะไร โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องการลักลอบฝังขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริง” นายบุญรวี กล่าว

นายบุญรวี กล่าวย้ำว่า ที่ดินในหลายจังหวัดที่กลุ่มทุนสีเทาเข้าไปกว้านซื้อ ผ่านคนไทยที่เป็นนอมินี ทั้งที่หลายพื้นที่นั้น มีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เป็นแก้มลิง ช่วยรองรับน้ำหลากได้ แต่ที่ผ่านมา ทางภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไม่ให้ความสนใจ และปล่อยให้เกิดการซื้อขายที่ดินโดยกลุ่มทุนสีเทา

ซึ่งส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศไทยอย่างแน่นอน ไม่ว่า จะเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้ชุมชนเสียโอกาสเพิ่มพื้นที่รับน้ำ และหากพบการฝังขยะพิษที่ผิดกฎหมาย ก็อาจเผชิญความเสี่ยงมลพิษซ้ำเติม

รัฐบาลจึงต้องตรวจสอบทั้งเส้นทางการถือครอง การใช้ที่ดิน และศักยภาพรองรับน้ำควบคู่กัน เพื่อไม่ให้ผลประโยชน์ของผู้กระทำผิดกลายเป็นภาระด้านน้ำท่วมและสิ่งแวดล้อมของประชาชน

“ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย ขอเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน แหล่งที่มาและการจัดการของเสีย ตลอดจนความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมดำเนินการตามกฎหมายหากพบความผิด โดยเปิดเผยผลตรวจสอบอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาภายในที่ดินเอกชนกลายเป็นความเสียหายที่ชุมชนต้องแบกรับในอนาคต” นายบุญรวี กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน