โรม ถอนหายใจ น้อมรับคำวิจารณ์จาก ‘ปิยบุตร’ ยันทำงานเสี่ยงถูกฟ้อง แลกด้วยชีวิต ไม่ใช่ความบันเทิง ลั่นทำงานให้เหมือนวันสุดท้ายเพราะติดคดี 44 สส. เชื่อเป็นความหวังดี
เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ออกมาวิจารณ์การทำงาน ของ สส.พรรคประชาชน เป็นการทำงานแบบ บันเทิงธิปไตย หวังกระแสนิยม จนลืมแก่นสารของงาน
โดยนายรังสิมันต์ ถอนหายใจ พร้อมระบุว่า นายปิยบุตร เป็นอาจารย์ของตน เมื่อตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ ตนในฐานะนักการเมืองต้องน้อมรับและเอาข้อเท็จจริง ข้อเสนอแนะ หรือความคิดเห็นนี้มาสำรวจตัวเอง และถือว่าสิ่งที่นายปิยบุตร พูด เป็นการพูดในฐานะกัลยาณมิตร หวังดีต่อ สส.พรรคประชาชน
“เรื่องนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ผมและเพื่อนๆ สส.พรรคประชาชน เราไม่ถือว่าการทำภารกิจแบบนี้ เป็นเรื่องความบันเทิง ผมถามกันตรงๆ ผมถูกดำเนินคดี ถูกแจ้งความจะเท็จหรือไม่เท็จก็แล้วแต่ มันสนุกหรือ มันเป็นความบันเทิงหรือ การที่เราเสี่ยงเป็น เสี่ยงตาย เอาชีวิต ทำหน้าที่ราวกับว่าทุกวันคือวันสุดท้าย มันคือความบันเทิงหรือ พวกผมซาดิสต์ ถึงขนาดทำเรื่องนี้เพื่อความสนุกหรือ” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวย้ำว่า สิ่งที่ตนตระหนักคือ ตนเป็นหนึ่งใน 44 สส.ที่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ตนจึงจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่อยากให้ประชาชนมองย้อนกลับไปว่า ตนทำงานไม่คุ้มค่าภาษีประชาชน ไม่อยากให้ประชาชนรู้สึกแบบนั้น อยากให้ลูกของตนจดจำในฐานะนักการเมือง ที่ทำหน้าที่เพื่อชาติ
ดังนั้น จึงมั่นใจว่า ตนและเพื่อน สส.พรรคประชาชน ที่ทำหน้าที่อยู่จะทำให้ดีที่สุด และยอมเสี่ยงคดีความต่างๆ เพราะเชื่อมั่นว่าอย่างน้อยได้ทำให้ดีที่สุดสำหรับประเทศนี้แล้ว ส่วนจะเปลี่ยนประเทศได้หรือไม่ ไม่ใช่ปัจจัยที่จะควบคุมได้ แต่อย่างน้อยภายใต้ความสามารถที่มี ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว จึงยืนยันได้ว่า สิ่งที่ทำ ไม่ใช่เรื่องความบันเทิงแต่ทำหน้าที่เพื่อประเทศ
เมื่อถามว่าจะมีอะไรฝากถึง นายปิยบุตร หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องฝาก เพราะคิดว่า นายปิยบุตร ทำหน้าที่ของอาจารย์ ให้คำแนะนำ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ดี แะคงต้อวเอาตำแนะนำนั้นมาสำรวจตัวเอง
“ถ้าวันนี้ มันทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นความบันเทิง เราก็ต้องสำรวจตัวเองว่าเราในฐานะนักการเมือง ไม่มีหน้าที่ที่ต้องปฏิเสธความหวังดี แต่เชื่อว่าเจตนาของอาจารย์ปิยบุตร เป็นเจตนาที่ดี แต่ผมก็ต้องยันยันว่าความมุ่งหมายของผม คือทำหน้าที่เหมือนวันสุดท้าย ซึ่งน่าจะเป็นเจตจำนงเดียวกับที่ อาจารย์ปิยบุตรที่ทำหน้าที่เลขาฯพรรคอนาคตใหม่ เหมือนวันสุดท้ายเช่นกัน” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ตนรู้จักกับนายปิยบุตร มานาน ไม่จำเป็นต้องโทรศัพย์ไปคุยกันเรื่องนี้ เพราะเชื่อมั่นว่านายปิยบุตรหวังดีกับพวกตนจริงๆ และน้อมรับคำวิจารณ์ และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อย่างตอนนี้ เป็นกรรมาธิการตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องทำให้ออกมาดีที่สุด