‘โรม’ ซัดรัฐบาล อย่ารีบแสตมป์ฟอกขาวให้ สามี สส.ไอเดียร์ ถ้าบริสุทธิ์จริง ทำไมไม่เข้าแจงกมธ. ลั่นไม่มีความจำเป็นเปิดหลักฐานให้รู้ก่อน ถามตรงๆ จะไม่มาจริงหรือ ยันไม่หนักใจถูกแจ้งความ พร้อมพิสูจน์หลักฐานทุกรูปแบบ

เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเชิญ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เข้าชี้แจงกมธ.ว่า

ตอนนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่า น.ส.สุชาดา จะมาชี้แจงหรือไม่ แต่คาดว่าคงเป็นไปตามข่าว ที่ว่าอาจจะไม่มา แต่ไม่ว่าจะมาหรือไม่นั้น เราก็เผื่อว่าหากมาในช่วงท้าย เราก็ได้เตรียมทุกอย่างไว้เพื่อซักถาม ส่วนแนวทางการทำงานของกมธ.จะทำอย่างไรต่อไปนั้น ตนขอบอกว่าการที่เชิญน.ส.สุชาดา มา ถึงที่สุดคงเป็นโอกาสของน.ส.สุชาดา และสามี ในการที่จะชี้แจง ซึ่งข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีการชี้แจงในกมธ. จะเป็นเอกสารทางราชการที่เราจะได้ดำเนินการต่อไป

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้มีการเรียกร้องจากประชาชนมาก รวมถึงไปเจอข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งข้อเท็จจริงประเภทที่ไม่น่าจะตรงกับบัญชีทรัพย์สิน ที่มีการยื่นกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จนถึงข้อน่าสงสัยที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา

ทั้งหมดนี้ ตนคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ น.ส.สุชาดา แต่ถ้า น.ส.สุชาดา ไม่มาวันนี้ อย่างไรเราก็ตามเรื่องนี้ต่ออยู่แล้ว เพราะแนวทางการทำงานที่ตนมอบเป็นนโยบายให้กับฝ่ายเลขาคือ ทุกเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญ เราจะมีการตามต่อจนจบ เช่น กรณีสินบน 40 ล้านบาท จนวันนี้นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พูดจาเลอะเลือน จำไม่ได้ว่าตกลงเรื่อง 40 ล้านบาทเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเราก็มีการติดตามมาจนถึงขณะนี้

เช่นเดียวกับกรณีของ น.ส.สุชาดา ซึ่งตนเรียกว่าเป็นส่วนต่อขยาย ที่จะต้องติดตามหาความจริงและข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ตนอยากขีดเส้นใต้ให้ทราบว่า ความสงสัยที่สังคมมีในวันนี้ กำลังขยายไปถึงรัฐบาล เพราะสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำ คือการตรวจสอบกรณีนี้ แต่สิ่งที่เราเห็นจากเมื่อวันที่ 6 ต.ค. คือการเป็นตราแสตมป์ให้กับสามีของน.ส.สุชาดา ในเรื่องของเว็บพนัน ซึ่งเว็บพนันจำนวนมากที่มีการดำเนินการอยู่ในประเทศไทย ประเด็นคืออยู่ที่ถูกหรือผิดกฎหมายของประเทศไทยหรือไม่ มีคนไทยเข้าไปเล่นหรือไม่ หรือมีความพยายามเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยหรือไม่

“ไหนคือสิ่งที่รัฐบาลนี้ภาคภูมิใจนักภาคภูมิใจหนา ว่าปิดเว็บไซต์พนันไปเป็นล้านเว็บ คำถามคือทำไมเช้าวันนี้ ผมให้ทีมงานเข้าไปในเว็บไซต์ก็สามารถเข้าได้ ทำไมยังสามารถเข้าได้อยู่ เกิดอะไรขึ้น ดังนั้นเราได้เห็นปรากฏการณ์ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมดผ่านกรณีนี้ ผมคิดว่าก่อนที่จะแสตมป์ว่าเขาขาว บริสุทธิ์ ไม่มีมลทินมัวหมอง หรืออะไรก็แล้วแต่ คุณควรที่จะมีการตรวจสอบให้รอบคอบ การที่รีบออกมาพูดแบบนี้อาจกลายเป็นว่าทำให้ฝ่ายข้าราชการประจำเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นขัดแย้งกับรัฐมนตรี เดี๋ยวซวยอีก จนมีการโยกย้ายกลั่นแกล้งกันอีก” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า น.ส.สุชาดา ไม่มาเพราะต้องการให้นายรังสิมันต์ เปิดหลักฐานที่มีการพาดพิงออกมาก่อนใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรามาคุยกันเรื่องหลักฐานการพิสูจน์ก็ดีเหมือนกัน เพราะเรื่องนี้ถ้าเราดูพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ฟอกเงิน แค่มีเพียงความสงสัย ซึ่งในกรณีนี้ตนคิดว่าสงสัยอย่างยิ่ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถตรวจสอบเอาเส้นเงินไปได้เลย และเรื่องนี้ถ้าเราดูบัญชีทรัพย์สินของน.ส.สุชาดา ที่สังคมกำลังมีคำถามต่อการยื่นบัญชีทรัพย์สินว่าอาจจะยื่นไม่ถูกต้อง และอาจเข้าองค์ประกอบว่ามีความร่ำรวยเกินฐานานุรูป

โดยหลักการถ้าเป็นกรณีที่มีทรัพย์สินแบบนี้ และมีความร่ำรวยเกินเกินฐานานุรูป เผลอๆภาระการพิสูจน์จะตกอยู่ที่น.ส.สุชาดา เพราะเป็นนักการเมืองควรที่จะมีการชี้แจง ในประเด็นต่างๆ ส่วนตนในฐานะประธานกมธ. ก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ต้องห่วง ถ้าเราตรวจสอบพยานหลักฐานแน่นหนาเพียงใด ยืนยันว่าวันนี้ ข้อเท็จจริงไหล เข้ามาในการพิจารณาของกมธ. จำนวนมาก บางส่วนที่มีอยู่เดิมก็ได้ใช้ บางส่วนที่มีใหม่ก็มีเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า การที่ยังไม่เปิดข้อมูลแสดงว่าจะเอาไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งพูดถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในชั้นนี้ เรื่องของน.ส.สุชาดา ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี เราก็ใช้กระบวนการตามช่องทางที่เรามีในการตรวจสอบให้มากที่สุด และเมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาถึง จะมีข้อมูลใดได้ใช้หรือไม่ได้ใช้ เป็นเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนไม่อยากเอามาคิดรวมกัน

เมื่อถามว่า ปัจจัยอะไรที่ทำให้ไม่สามารถเปิดหลักฐานได้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตอนนี้ที่ประชาชนขุดออกมา ตนคิดว่าหลายส่วนเป็นพยานหลักฐาน และเป็นสิ่งที่น.ส.สุชาดา ต้องชี้แจง ตนไม่ปฏิเสธว่า ข้อมูลที่มีการขุดคุ้ยออกมาจำนวนมาก บางส่วนตนก็มีแบบนั้น แต่บางส่วนที่ยังไม่ขุดออกมาก็ยังมีอยู่ ซึ่งเราก็รอดูว่าหน่วยงานของรัฐจะดำเนินการอย่างไร สิ่งที่ตนพยายามตั้งสมมุติฐานให้เข้าใจคือตกลงแล้ว ความผิดของเรื่องนี้แค่ไหน

คือ 1. สามีของน.ส.สุชาดา ผิดหรือไม่ 2. ถ้าสามีผิด น.ส.สุชาดา รู้หรือควรรู้หรือไม่ ซึ่งจะมีข้อหารออยู่ 3. ในอดีตน.ส.สุชาดา เป็นเลขานุการนายไชยชนก เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน และ 4.ตัวนายไชยชนก จะมาบอกว่าวันนี้ไม่รับรู้รับทราบ ไม่น่าจะเป็นไปได้ ดังนั้น สิ่งที่ต้องตั้งประเด็นกันต่อคือเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างอำนาจ การใช้อำนาจโดยชอบหรือไม่ชอบตามกฎหมาย สิ่งที่เราต้องจำกัดขอบเขตของเรื่องนี้อาจมีได้หลายกรณี

เมื่อถามย้ำว่า เห็นว่าเวลาไหนที่มีความเหมาะสมจะเปิดหลักฐาน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าน.ส.สุชาดา มาชี้แจงในกมธ. ก็จะมีการตั้งคำถาม ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นเปิดหลักฐานให้น.ส.สุชาดา รับรู้รับทราบ เพราะในฐานะที่น.ส.สุชาดา เป็นบุคคลสาธารณะและข้อเท็จจริงในสังคมออกมามากขนาดนี้ ถามกันตรงๆ น.ส.สุชาดา จะไม่ชี้แจงจริงๆหรือ ซึ่งในกรณีที่ต้องแจกแจงรายได้ว่ามีที่มาของเงินอย่างไรถึงไปปล่อยกู้ ตนคิดว่าพื้นฐานของการชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้มีความจำเป็น หากชี้แจงไม่ได้เท่ากับคุณร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งมีการดำเนินการตามกฎหมายหลายข้อหาไม่เหมือนกัน และมีหลายประเด็นคิดว่าภาพรวมทั้งหมดไม่ใช่น.ส.สุชาดา จะไม่รู้ประเด็น แล้วจะมาอ้างว่าไม่รู้ประเด็นจึงชี้แจงไม่ได้ ไม่ใช่ วันนี้ประเด็นเต็มไปหมด การที่น.ส.สุชาดา ยังนิ่งแบบนี้ไปเรื่อยๆ และไม่มาชี้แจงต่อกมธ.

“ผมเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบคุณสุชาดา อย่ารีบออกมาแสตมป์หรือฟอกขาว ไม่เช่นนั้นจะเกิดข้อครหาสำคัญ ใครก็ตามที่เป็นส้ม คุณตรวจสอบใหญ่เลย ผมคิดว่าเป็นเรื่องดี นักการเมืองควรจะได้รับการตรวจสอบเชิงรุกแบบนี้ แต่เฮ้ย น้ำเงินก็มีปัญหาใหญ่ๆ หลายเรื่อง คุณจะรีบออกมาแสตมป์ รีบออกมาฟอกขาว ผมคิดว่าถ้าทำแบบนี้เป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิดและอาจเข้าข่ายการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้”นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมมีการเชิญป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบเรื่องบัญชีทรัพย์สิน เพราะอย่างไรน.ส.สุชาดา ก็ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. ตอนนี้เราต้องทำงานเชิงรุก ถ้าหน่วยราชการไม่ทำงานก็ต้องว่ากันต่อไป พูดกันตรงๆกมธ. มีเครื่องมือน้อยที่สุดในทุกองคาพยพ ทั้งที่จริงๆแล้วภาครัฐ สามารถตรวจสอบได้ดีกว่ากมธ. อาจจะสะท้อนถึงปัญหาระบบการตรวจสอบของประเทศเรา

เมื่อถามว่า ล่าสุดน.ส.สุชาดา แจ้งความนายรังสิมันต์ จะกลายเป็นนิติสงครามหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ไปถึงนิติสงคราม ตนยังไม่มีความคิดในเรื่องนั้นแต่การที่น.ส.สุชาดาไปแจ้งความดำเนินคดี ทางตนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็มีหน้าที่พิสูจน์พยานหลักฐาน ไม่มีอะไรต้องหนักใจ แต่ประเด็นที่หลายคนสงสัยเหมือนกัน คือตกลงเป็นการมอบอำนาจโดยสามีหรือไม่ เพราะตนไม่เห็นข้อเท็จจริงเรื่องนี้ แต่ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ทางตนพร้อมที่จะทำหน้าที่ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าต้องไปตอบคำถามกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ยินดี ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า การที่นายทอม เครือโสภณ ออกมาระบุว่าการที่นายรังสิมันต์ ออกมาขุดเรื่องนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกลายเป็นสังคมหมั่นไส้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ค่อยแน่ใจกับสิ่งที่นายทอมออกมาพูดเกี่ยวกับ น.ส.สุชาดา ซึ่งตนเห็นว่านายทอม ก็มีความคิดของนายทอม และถือว่านายทอมเป็นคอมเมนต์เตเตอร์คนหนึ่ง ซึ่งมีสิทธิ์ในการพูด เพราะอยู่ในสังคมประชาธิปไตย แต่ถ้าพูดในหลายเรื่องต้องพูดให้ถูกต้องด้วย เช่น นายทอม เคยบอกว่าเคยส่งข้อมูลของพรรคประชาชนมาให้ตนตรวจสอบนั้น นายทอมไม่เคยส่ง แต่เคยส่งของพรรคอื่น เป็นพรรครัฐบาลพรรคหนึ่ง ในสภาฯชุดที่แล้ว ซึ่งตนยืนยันว่านายทอมเคยส่งจริงและตรวจสอบถือว่ามีประโยชน์มากๆ

แต่ถ้าจะมากล่าวหาว่าตนไม่ตรวจสอบพรรคตัวเอง ก็พูดกันเกินไป เป็นการใส่ความตน พูดไม่ได้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง หรือความพยายามที่จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นสังคมหมั่นไส้ ตนคิดว่าต้องแยกให้ชัด นายทอมอายุปูนนี้แล้ว ต้องแยกให้ชัดว่าน.ส.สุชาดา เป็นบุคคลสาธารณะ สังคมมีสิทธิ์ตั้งคำถาม ในสังคมอเมริกาที่นายทอมเคยอยู่ นักการเมืองก็ถูกตั้งคำถามอยู่เป็นประจำ ดังนั้น คิดว่าสังคมตั้งคำถามได้และการที่พลเมืองดีช่วยกันขุดหาข้อมูลมาขนาดนี้ โดยที่หน่วยงานรัฐเมื่อเห็นข้อมูลทั้งหมดแล้วบอกว่าเขาทำถูกต้อง ตนคิดว่าเราต้องให้เครดิตสังคมด้วยซ้ำที่ทำให้หน่วยงานรัฐทำงานง่ายขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน