ป.ป.ช. เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา 6 พันราย โกงสอบท้องถิ่น ปลายพ.ย.นี้ พบมี นายหน้ารอง รับเงินเพิ่ม แจงคดีจนท.ดีเอสไอเอี่ยว ปปป.ส่งสำนวนครบแล้ว เผยแห่ขอเป็นพยานจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมกมธ.ว่า เรื่องการสอบข้าราชการท้องถิ่น วันนี้กมธ.ได้เชิญผู้แทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้แทนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ผู้แทน สภ.นครนายก นครราชสีมา พัทลุง เพชรบูรณ์ สตูล และศรีสะเกษ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ความคืบหน้าเรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้แจ้งว่า กรณีผู้ถูกกล่าวหา 3 ราย ที่ได้รับการปล่อยตัวแล้วเมื่อวานนี้ (7 ต.ค.) เนื่องจากครบกำหนดฝากขังสูงสุดตามกฎหมาย ซึ่งให้ฝากขังได้สูงสุด 7 พลัด และครบไปแล้ว แต่เป็นที่วิพากษ์ของสังคมว่าป.ป.ช.ไม่สามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องได้ทัน จนทำให้ผู้ต้องหาถูกปล่อยตัว
ทางผู้แทนป.ป.ช.ได้ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงคือทางปปป. ได้แจ้งข้อหา 157 ซึ่งฝากได้เพียง 4 ผลัด และปปป.ได้ฝากขัง 4 ผลัดไปแล้ว เมื่อนำผู้ต้องหามาส่งตัวให้กับป.ป.ช. สามารถฝากขังได้เพียง 3 ผลัด นั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิด เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเริ่มดำเนินการตั้งแต่ป.ป.ช.ทั้งหมด แต่รับมาจาก ปปป.
โดยป.ป.ช.ชี้แจงอีกว่า เรื่องนี้ถ้าป.ป.ช. ดำเนินการตั้งแต่แรกจะไม่ทำการฝากขัง เพราะรู้ดีว่าระบบการไต่สวนของป.ป.ช.ใช้เวลานานพอสมควร เชื่อว่าระยะเวลา 80 กว่าวันนั้น ดำเนินการไม่ทันแน่ แต่ในเมื่อป.ป.ช.รับเรื่องมาจากปปป. ก็พยายามดำเนินการเร่งให้ถึงที่สุด แต่ไม่ทันเวลา 7 ผลัด
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีคำถามว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ที่ถูกปล่อยตัวจะมีมาตรการควบคุมตัวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือไม่ ทางป.ป.ช. ได้ยอมรับตามตรงว่าไม่มีมาตรการควบคุมการหลบหนี แต่หากผู้ต้องหาหลบหนีไปประเทศไหน ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาตอนนี้ป.ป.ช.อนู่ระหว่างการจัดทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหากลางเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาทุกรายได้รับการแจ้งมาตรฐานเดียวกัน และจะต้องเสนอต่อกรรมการป.ป.ช.พิจารณา ซึ่งตั้งเป้าจะแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 6,000 กว่ารายในคราวเดียวกัน คาดว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาได้ปลายเดือนพ.ย.นี้
ซึ่งเลื่อนจากที่เคยระบุว่าจะแจ้งได้ช่วงปลายเดือนต.ค. เนื่องจากในระหว่าวการไต่สวนได้มีผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมนอกเหนือจากนายหน้าหลัก อีกทั้งขณะนี้ป.ป.ช.ได้รับข้อมูลนานหลักมากขึ้น จึงต้องขยายเวลาแจ้งข้อกล่าวหา
สำหรับขั้นตอนต่อไป เมื่อผู้ต้องหาได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ต้องมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ขอขยายได้ 15 วัน หรือจะไม่มาชี้แจงก็เป็นสิทธิ์ ทั้งนี้ ป.ป.ช.ได้ตั้งทีมไต่สวน 7 ทีม ทีมละ 5-6 คนตามภูมิภาคต่างๆ การไต่สวนรับผิดชอบ 1 คนต่อ 300 ราย ขณะนี้สอบปากคำไปแล้ว 1,000 กว่าปาก และตอนนี้ป.ป.ช.ยังไม่มีการกันผู้ใดเป็นพยาน แม้จะมียื่นขอมาเป็นจำนวนก็ตาม
ในส่วนของนายหน้าหลัก ป.ป.ช.ได้สอบไปแล้ว 44 สาย ณ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามให้ครบ 110 สายนายหน้า จากนายหน้าสายหลักแล้ว ป.ป.ช.ยังพบนายหน้าสายรอง ที่รับเงินแล้วส่งต่อให้นายหน้าสายหลักระบุตัวและสอบปากคำแล้ว 51 ราย โดยป.ป.ช.ยืนยันว่านายหน้ารองที่ระบุตัวได้ จะอยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา 6,000 กว่ารายด้วย
ส่วนคดีที่บก.ปปป.ส่งมาให้ป.ป.ช.มีเจ้าหน้าที่ 2 รายคือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้ต้องหาที่บก.ปปป.ส่งสำนวนให้ครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.ย.69 พบมียอดเงินในสำนวน 15 ล้านบาท
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ส่วนคดีที่อยู่ตามสภ.ต่างๆ กมธ.ได้เชิญมาวันนี้ 6 สภ. มีดำเนินคดี 81 คดี ส่งมายังป.ป.ช.แล้ว 31 คดี เหลือ 50 คดี ซึ่ง 81 คดีนี้เป็นกรณีที่จ่ายเงินแล้วแต่ไม่มีชื่อสอบผ่าน จึงมาแจ้งความ มีที่สตูล 27 คดี ส่งป.ป.ช.ครบแล้ว
สาเหตุที่กมธ.ทำเช่นนี้เนื่องจากทุกจังหวัดทั่วประเทศต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และการที่เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก็เพราะการสอบข้าราชการท้องถิ่นปฏิเสธไม่ได้ว่าครั้งหน้าการสอบจะต้องจัดขึ้น หากนายหน้าเหล่านี้ที่กระทำความผิด แล้วไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเขาก็จะกลับมาอีกครั้ง อีกทั้งอยากให้ทุกจังหวัดดำเนินการเอาผิดเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งทราบว่ามีบางจังหวัดที่มีการคืนเงินก็ถือว่าไม่มีความผิด
นายอาสพลธ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมของกมธ.เราครั้งต่อไปวันที่ 22 ต.ค. จะพิจารณาตรวจสอบการใช้เงินของไทยพีบีเอส และการหาประโยชน์ทรัพย์สินจาก สสส. ซึ่งทางกมธ.จะเชิญสตง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลด้วย