เท้ง เมินรัฐบาลเย้ยซักฟอก บันเทิงธิปไตย ลั่นรอดูของจริง ท้า รมต. ลุกชี้แจงทันที อย่ารอใครเตรียมข้อมูล ฮึ่ม งัดยุทธการโรยเกลือ ยื่นหน่วยงานเกี่ยวข้องเอาผิด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ต.ค.2569 ที่โรงเรียนมหรรณพาราม เขตตลิ่งชัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคภูมิใจไทยออกมาเย้ยเรื่องบันเทิงธิปไตย และไม่มีท่าทีเกรงกลัวต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตนว่างดประเด็นโต้ตอบกันในช่วงเวลานี้ดีกว่า รอของจริงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
และหากรัฐบาลมั่นใจจริงก็ขอให้อยู่ฟังตลอดการอภิปรายทุกคน ไม่จำเป็นต้องรอให้อภิปรายเสร็จแล้วลุกขึ้นตอบ ตนอยากเห็นการอภิปรายในสภาที่เป็นการแลกเปลี่ยนโต้ตอบกันเลยทันท่วงที เพื่อจะได้ไม่เป็นการนั่งรอแล้วให้ใครมาเตรียมข้อมูลให้ตอบ หากรัฐมนตรีมีความพร้อม มีข้อมูลในหัวอยู่แล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็สามารถลุกขึ้นตอบได้ตลอดเวลา ซึ่งตนอยากเห็นบรรยากาศแบบนี้ในวันจริง
เมื่อถามว่า มีโอกาสได้เห็นข้อมูลพยานหลักฐานที่จะเอาผิดแบบโรยเกลือหลังอภิปรายหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมีโอกาสได้เห็นอยู่แล้ว แต่คณะทำงานที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นหัวเรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ซึ่งตนมีโอกาสได้คุยกับนายรังสิมันต์ตลอด แต่ต้องบอกว่าเนื้อหารายละเอียด นายรังสิมันต์ค่อนข้างรู้มากกว่าตน แม้ว่าตนจะรู้อยู่บ้างว่าใครมีประเด็นอะไร
เมื่อถามว่า จากหลักฐานที่ดูมีรัฐมนตรีที่สามารถหลุดจากตำแหน่งหลังอภิปรายได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การจะหลุดจากตำแหน่งหรือไม่ อย่างแรกคือต้องใช้เสียงในสภา ซึ่งอาจจะมีโอกาสได้น้อย แต่สิ่งที่เรายืนยัน คือ บรรดาทุกพรรคที่ไม่ว่าจะอยู่ในฝั่งฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็อยากให้ใช้อำนาจของตัวเองในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติในการลงคะแนน โดยดูจากฐานความผิดในข้อมูลที่พวกเราได้นำเสนอ
แต่อีกช่องทางหนึ่ง คือ การที่เราได้นำพยานหลักฐาน ใบเสร็จต่างๆ มาตีแผ่ในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งหากมีช่องทางอื่นที่เราสามารถไปร้องกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา พรรคประชาชนก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เราพร้อมจะนำข้อมูลไปยื่นกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
เมื่อถามว่า การไม่อภิปรายรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เพราะอยากวัดใจพรรคเพื่อไทยเรื่องคดีฮั้วสว. ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนได้บอกไป กระบวนการได้มาซึ่งรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย เราดูตามพยานหลักฐาน เราดูตามรายชื่อที่พรรคการเมืองลงชื่อในญัตติว่า มีใครเสนอชื่อใครบ้าง
รายชื่อทั้ง 18 รายชื่อเป็นรายชื่อสรุปที่แต่ละพรรคการเมืองส่งมา ดังนั้น คงไม่ได้ไปพุ่งเป้าบอกว่าต้องการล็อกเป้าใครหรือไม่ล็อกเป้าใครหรือไม่ แต่สุดท้ายอยากให้พรรคการเมืองไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านลงมติในญัตตินี้ โดยดูตามเนื้อหาที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายจริง
เมื่อถามว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลด้านการเกษตร และตอนนี้มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ทำไมจึงไม่อภิปราย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนได้บอก เราดูตามพยานหลักฐานและรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองส่งมา ขอให้รอดูการอภิปราย การทำหน้าที่ของเราในวันจริงดีกว่า รับรองว่า 18 รายชื่อไม่ได้เสนอไว้เผื่อแน่นอน ทุกคนเข้าเป้าหมดแน่นอน
เมื่อถามว่า เรื่องบันเทิงธิปไตยที่ขณะนี้ฝ่ายรัฐบาลหยิบมาพูดสวนฝ่ายค้าน จนทำให้ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนออกมาถล่มนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าประเด็นนี้ตอบไปหลายครั้งแล้ว ไม่อยากให้เป็นประเด็นที่ยืดเยื้อออกไป
การแสดงความเห็นของนายปิยบุตรคงไตร่ตรองมาแล้วระดับหนึ่ง การที่จะมีเสียงสะท้อนออกมา ทุกคนก็ต้องยอมรับ ในฐานะที่เราออกมาสื่อสารแบบใดก็ต้องมีเสียงที่ไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามว่า นายปิยบุตรจะโพสต์ยาวเป็นบทความ แต่คนที่ออกมาวิจารณ์กลับวิจารณ์ด้วยคำด่า แบบนี้เป็นมาตรฐานของพรรคประชาชนแล้วใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คำถามนี้จริงๆ ตนตอบไปตั้งแต่คราวที่แล้วว่า แต่ละคนมีวิธีการสื่อสารของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นสมาชิกพรรค จะต้องปฏิบัติตามวิธีการทำงานของพรรค
ตนเชื่อว่าการทำงานของพรรคการเมือง สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การสื่อสารไปในทิศทางเดียวกันแบบมีเอกภาพ อะไรที่เรามีความคิดเห็นแตกต่างกัน เราพูดคุยกันภายในพรรคได้
เมื่อถามว่า การสื่อสารแบบนี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับสังคม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคงไม่ได้ไปนั่งไล่ให้ความคิดเห็นเป็นรายคำพูดว่า คำพูดไหนเหมาะหรือไม่เหมาะอย่างไร ดูในภาพรวมดีกว่า สิ่งสำคัญคือประชาชนจะเป็นคนตัดสินเราเอง ดังนั้น อาจจะเร็วเกินไปหากจะบอกว่าประโยคนั้นประโยคนี้เหมาะหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะต้องมีข้อถกเถียงว่า เราจะต้องปรับการสื่อสารไปตามยุคสมัย
“สุดท้ายผมคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นนายปิยบุตรหรือใครก็ตาม รวมถึงผู้ช่วย สส. ที่อยู่ในพรรค ผมอยากให้ทุกคนกลับมาถามตัวเองว่า เราเข้ามาการเมืองเพราะอะไร หากเรายังเห็นเป้าหมายเดียวกันว่าเราอยากจะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง ทำการเมืองให้ดีขึ้น วิธีการปัจจุบันอาจจะปรับเปลี่ยนไปบ้าง แต่หากเป้าหมายในปัจจุบันตรงกันก็เดินหน้าต่อไปด้วยกันเท่านั้นเอง” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นเหตุผลสำคัญหรือไม่ที่ทำให้มดงานในอดีตแห่กันลาออกไป นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนที่ตัดสินใจเดินแยกออกไปคงมีเหตุผลหลากหลาย ตนคงบอกไม่ได้ว่าในใจเขาคิดอย่างไรที่ตัดสินใจออกไปจากพรรคประชาชน อาจมีเรื่องของตำแหน่งงานที่เขาคิดว่า หากเข้าไปอยู่ในตำแหน่งนั้น อาจจะผลักดันในบางประเด็นได้ดีกว่า
บางคนอาจแยกออกไปเพราะมีเหตุผลความจำเป็นส่วนตัว แต่ละคนมีเหตุผลความจำเป็นที่หลากหลาย ตนคงไปตอบแทนไม่ได้จริงๆ วันนี้มาเลือกบอร์ดประกันสังคม อย่างไรก็ขอพื้นที่ข่าวนี้ด้วย