นายกฯ เผยสถานการณ์น้ำท่วมเข้าสู่ช่วงท้ายฤดูกาล ชมเพชรบุรี บริหารจัดการน้ำได้ดี คลี่คลายรวดเร็ว แนะจังหวัดอื่นใช้รูปแบบนี้รับมือฝน ระบุจ่ายเงินเยียวยาแล้วกว่า 1,069 ล้านบาท สั่งปภ.อัพเดตการแจ้งเตือน หากน้ำท่วมใต้ อาจตั้งศูนย์ส่วนหน้าให้สอดคล้องสถานการณ์

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 ต.ค.2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ต่อเนื่องเป็นวันที่ 12

โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบทางไกล

นายกฯ กล่าวว่า การประชุมติดตามสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในวันนี้ ตนคาดหวังว่าน่าจะเป็นเป็นช่วงท้ายๆ ของการบริหารสถานการณ์ เพราะฝนที่เราเผชิญน่าจะเป็นระลอกท้ายๆของฤดูกาล ต้องถือว่าปริมาณน้ำฝนที่เราคาดการณ์ว่าจะมาในระดับค่อนข้างหนัก ไม่ได้มากเกินกว่าที่เราบริหารจัดการได้ ทุกอย่างก็ผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย

แม้กระทั่งในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง อย่างในกรุงเทพมหานคร ทุกท่านได้ร่วมแรงร่วมใจกัน ผ่อนคลายสถานการณ์ อาจเรียกได้ว่ากลับเข้าสู่ภาวะปกติ ต้องชื่นชมต่อการเร่งสำรวจรายชื่อผู้ได้รับความเสียหาย ที่อยู่ในข่ายเข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา

ปัจจุบัน มีการโอนเงินไปแล้ว 5 รอบ รวมกว่า 135,000 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 1,069 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายงานล่าสุดจากกระทรวงมหาดไทยที่ได้รวบรวมรายชื่อผู้ได้รับการเยียวยาจากทั่วประเทศ ทำให้โอนเงินเยียวยารายละ 9,000 บาท ไปยังผู้ได้รับผลกระทบได้

ขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพราะปกติเราจะรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน แล้วรวบรวมรายชื่อภายหลัง ซึ่งอาจเป็นวิธีดำเนินการเพื่อความรอบคอบแต่ทำให้เล่าช้า และได้รับการตำหนิจากประชาชนมาพอสมควร รัฐมนตรีต้องเข้าไปตอบกระทู้ในสภาฯเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้น สถานการณ์ครั้งนี้ เรื่องการช่วยเหลือเยียวยา เราทำได้เป็นรายวัน รายจังหวัด โอนเงินไปรออยู่ในธนาคารได้ล่วงหน้า ขอให้เร่งดำเนินการต่อไป

นายกฯ กล่าวต่อว่า สถานการณ์น้ำโดยรวม ตนขอชื่นชม จ.เพชรบุรี เมื่อวานนี้ (11 ต.ค.) มีรายงานเข้ามาว่ามีน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมือง และชุมชนใหญ่ในจ.เพชรบุรี ตอนแรกคิดว่าจะต้องเร่งระดมความช่วยเหลือเข้าไป ซึ่งจากรายงานเบื้องต้น ปรากฏว่าเป็นน้ำฝนส่วนใหญ่ ขณะนั้นตนอยู่ที่จ.เพชรบูรณ์ และได้ประสานว่าหากสถานการณ์ทวีความรุนแรง อาจจะขอลงพื้นที่

แต่เมื่อกลับถึงกรุงเทพมหานคร ได้รับรายงานว่าระดับน้ำลดลง แห้งเกือบหมดแล้ว ตรงนี้เป็นสิ่งที่เรายึดเป็นรูปแบบในการทำงาน รับมือสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดได้ตามที่หารือกันก่อนหน้านี้ เราห้ามฝนตก ห้ามธรรมชาติไม่ได้ แต่การบริหารจัดการเส้นทางน้ำ การผันน้ำไปยังแหล่งรับน้ำที่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่เสียหายได้อย่างรวดเร็ว

หากทำได้ตามที่วางวางแผนไว้ แม้เกิดน้ำท่วมก็ท่วมไม่นาน ถือว่า จ.เพชรบุรี ดำเนินการได้ดี เพราะตอนที่รายงานเข้ามาในช่วงแรกน้ำก็ท่วมเลยระดับหัวเข่า แต่ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง สามารถพลิกสถานการณ์ได้ ขอให้ผู้ว่าฯ ตั้งแต่ภาคใต้ตอนบนไปจนถึงจ.นราธิวาสเตรียมรับมือเอาไว้

การระดมความช่วยเหลือก็พร้อม เราระดมความช่วยเหลือเรื่องการวางแผนการอพยพกลุ่มเปราะบางได้ทันท่วงที มีประสิทธิภาพ และระดมเครื่องมือเข้าไปอย่างเต็มที่ แต่โชคดีที่ยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มกำลัง เนื่องจากการระบายน้ำมีประสิทธิภาพ จึงทำให้สถานการณ์กลับคืนภาวะปกติด้วยความรวดเร็ว ขอให้มีการเตรียมพร้อมในรูปแบบเช่นนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการแจ้งเตือนภัย ขอให้ กรมปภ. อัปเดตโปรแกรม และรูปแบบการแจ้งเตือน ส่วนในพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ขอให้ปรับเข้าสู่โหมดฟื้นฟูเยียวยาโดยเร่งด่วน ดำเนินการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค บูรณาการลงพื้นที่ทำความสะอาดบ้านเรือน เร่งฟื้นฟูเส้นทางคมนาคม ให้ใช้ได้ปกติ และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ขอให้เร่งรัดกระบวนการสำรวจ ประเมินความเสียหาย และลดขั้นตอนทางเอกสาร เพื่อเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ ให้ส่งถึงมือประชาชนอย่างถูกต้องโปร่งใสและรวดเร็ว

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้ ปภ. คปภ. ออมสิน มีการคิกออฟ เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงที่เราจ่ายเงินภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยที่รัฐบาลทำไว้ 30 ล้านครัวเรือน ดังนั้น ภัยที่เกิดตั้งแต่วันนี้ หรือตั้งแต่ 1 ต.ค.เป็นต้นมา เงินเยียวยาเหล่านี้จะต้องออกมาจากกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งอาจเป็นกรณีแรกๆ ดังนั้น ปภ.และ คปภ. ต้องเร่งตั้งหลักเกณฑ์และติดตาม เพื่อให้มีการโอนชำระเงิน

หากเข้าเกณฑ์ก็จะได้ครัวเรือนละ 10,000 บาท มากกว่าหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลเคยให้ไว้ ต้องทำงานแข่งกับเวลา และสร้างแนวทางที่ทำให้เงินนี้ไปถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด ขณะนี้สถานการณ์ต่างๆ ค่อนข้างอยู่ภายใต้การควบคุม

ส่วนในจังหวัดที่มีน้ำท่วมขังและยังไม่สามารถระบายออกไปได้รัฐบาลได้กำหนดให้มีบุคลากรในระดับผู้บริหารระดับสูงลงไปกำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมระดมสรรพกำลังเข้าไปทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีรัฐมนตรีหลายคนลงพื้นที่ และสัปดาห์นี้อาจวุ่นวายเล็กน้อยในเรื่องการจราจร เพราะประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม IMF -Worldbank โดยมีการประกาศวันหยุดราชการ และขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ เวิล์กฟรอมโฮม เพื่อผ่อนคลายสภาพการจราจร

ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในการควบคุมแล้ว หลังจากนี้จะขอพักการประชุมประจำวันในช่วงเช้า แต่ขอให้สแตนด์บายไว้ ถ้าทุกอย่างปกติ จะประเมินอีกครั้งว่าจะมีการประชุมหรือไม่ แต่คิดว่าหลังจากนี้ โฟกัสต่างๆจะลงไปในพื้นที่ภาคใต้ ขอให้ ปภ.ประเมินสถานการณ์อีกครั้ง อาจตั้งส่วนหน้าในพื้นที่ ปรับรูปแบบการประชุมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณทุกท่านที่ทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ เอาใจใส่ จนทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติด้วยความรวดเร็ว ยกเว้นในบางพื้นที่ เราก็เร่งระความช่วยเหลือ การมาประชุมร่วมกันทุกวัน ทุกเช้าเป็นเวลา 12 วัน ตนขอยืนยันว่าทำให้สภาพหน้างานการบูรณาการ

การดำเนินงานทุกอย่างมีประสิทธิภาพ ได้เห็นความช่วยเหลือร่วมมือ สนับสนุนกัน ไม่มีใครเกี่ยงงาน ทุกคนลงไปทำงานในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราตั้งใจจะทำให้การทำงานเช่นนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ตนถามผู้รู้ทุกที่ว่ามีทางที่จะไม่ให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ทุกท่านตอบว่ายากมาก แต่สิ่งที่เราจะทำคือการเพิ่มช่องทางการเดินทางของน้ำ บริหารจัดการน้ำตามที่ต้องการ ซึ่งเราเริ่มดำเนินการทั้งเรื่องแหล่งพักน้ำ แหล่งเก็บน้ำ รวมถึงการที่รัฐบาลอนุมัติโครงการระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งติดเรื่องการอนุมัติมาหลายปีแล้ว เราก็ดำเนินการให้ผ่านไป โดยจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป

ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เรามีแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ตนขอให้คำยืนยันว่ารัฐบาล รับทราบถึงปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างดี งบประมาณที่มีอยู่ จะผันจากงบที่เคยใช้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบของโครงสร้างพื้นฐานการบริหารจัดการน้ำ ไม่ได้เสียงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่เป็นการจัดสรรการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่จ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะตนเห็นสภาพนี้มาตลอด เมื่อได้เป็นนายกฯแล้ว ก็นำสิ่งที่เคยเห็นและไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในขณะที่ยังไม่มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ มาเร่งดำเนินการ ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือแบบนี้ต่อไป เราจะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ ส่วนจะมีการประชุมอีกครั้งเมื่อไหร่ ขอดูตามสถานการณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน