วราวุธ ยันไม่นิ่งนอนใจ โรงงานสารเคมีรั่วไหล จ.ปราจีนบุรี เผยตรวจเข้ม หากพบทำผิดชัด สั่งปิดทันที จ่อเรียกค่าเสียหาย–ยึดทรัพย์ผู้ประกอบการ โอดเข้าใจดีแม้ถูกต่อว่า หลังลงพื้นที่สุพรรณฯ บอกนานาจิตตัง ยันเต็มที่ทุกบทบาท
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 12 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงโรงงานอุตสาหกรรมใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เกิดเหตุสารเคมีจากกากขยะรั่วไหล พร้อมกับปัญหาอุทกภัย สร้างความเสียหาย และความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านว่า เมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเรื่อง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ดำเนินการอยู่ตลอดเวลา และส่งทีมงานลงไปประสานงานในพื้นที่
ในบางโรงงานที่มีการพิสูจน์แน่ชัดแล้วว่า มีการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย ได้ติดประกาศตามมาตรา 39 ให้หยุดดำเนินการ หยุดนำวัตถุดิบเข้าโรงงาน รวมถึงหยุดเอาของออกจากพื้นที่ของโรงงานด้วย
นอกจากนี้ ยังกำชับให้โรงงานที่มีบ่อ และกองของเอาไว้ ทำให้มีน้ำไหลออกมา กระทรวง ได้สั่งให้นำผ้าใบคลุมทุกอย่าง ล่าสุด ได้มอบหมายให้ว่าที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการไปยังอุตสาหกรรมจังหวัด และสนธิกำลังกับหลายฝ่าย เพื่อเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายอย่างเข้มงวดในทุก โรงงาน
เนื่องจากได้รับรายงานมา ทั้งโรงงานที่มีนอมินี หรือโรงงานที่มีปัญหาต่างๆ ได้สนธิกำลังกับหลายฝ่าย ซึ่งภายในวันนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ทีมงานไปลาดตระเวน หากตรงไหนพิสูจน์ได้ตามกฎหมายต่างๆ และเห็นชัดเจน กระทรวงจะสั่งปิดโรงงานทันที
เมื่อถามว่าหลังการตรวจสอบ หากมีความผิดชัดเจนแล้ว จะมีบทลงโทษอย่างไรกับโรงงาน นายวราวุธ กล่าวว่า ตามกฎหมายความเสียหาย และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ทั้งหน่วยงานของรัฐ หรือความเดือดร้อนต่างๆ ผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ในขั้นตอนการแก้ไข ในชั้นคณะกรรมาธิการ ในส่วนของพระราชบัญญัติโรงงาน เกี่ยวกับการทำให้เรื่องการรั่วไหลของสารพิษเหล่านี้ เป็นคดีทางการเงิน โดยจะขอความร่วมมือจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ยึดทรัพย์ผู้ประกอบการด้วย
ฉะนั้น ยืนยันว่า กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งที่ผ่านมา เกิดวิกฤตในหลายพื้นที่ ตนได้ลงไปหลายพื้นที่เช่นกัน แต่ยังไม่ทั่วถึง พร้อมย้ำว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีการดำเนินการอยู่ทุกวัน
เมื่อถามว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน ภาครัฐจะบังคับให้โรงงานจ่ายเยียวยาประชาชนใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ความเสียหายต่าง ๆ ไม่ว่าเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือการเก็บกวาด ทางกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ และค่าเสียหายต่างๆ จะต้องรับผิดชอบโดยผู้ประกอบการ
เมื่อถามว่ามีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐมนตรีดูน้ำท่วมเฉฑาะพื้นที่สุพรรณบุรี นายวราวุธ ชี้แจงว่า ตนใส่หมวกสองใบ ใบหนึ่ง คือ รมว.อุตสาหกรรม ทุกครั้งที่เกิดปัญหาเราดำเนินการ โดยกระทรวงลงไปอย่างเต็มที่ หมวกอีกใบ พี่น้องสุพรรณบุรีเลือกตนมาด้วยคะแนนอย่างมากมาย แม้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศน้ำจะลดลงไปแล้ว แต่บางพื้นที่ในสุพรรณบุรี น้ำยังท่วมสูงถึงหัวอยู่
ฉะนั้น เรื่องนี้มองได้หลายมุม หากตนไปในพื้นที่วิกฤตอื่นๆ คนในบ้านก็จะต่อว่า เอาแต่ดูที่อื่นไม่ดูที่บ้าน แต่เมื่อมาดูบ้านตัวเองก็จะถูกต่อว่า มาดูแต่บ้านตัวเองไม่ดูที่อื่น เรื่องนี้จะบอกว่านานาจิตตัง ยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจในทุกปัญหา และสั่งการให้ดูแลทุกพื้นที่ที่มีปัญหา
ตนไม่สามารถนำกระทรวงอุตสาหกรรมไปแก้ปัญหาน้ำท่วมที่สุพรรณบุรี แต่ในพื้นที่ที่เป็นปัญหาอยู่เช่น จ.ปราจีนบุรี นำทีมงานของกระทรวงอุตสาหกรรมไปดูแลพื้นที่ได้ อาจจะไม่ทันใจประชาชน แต่ขณะนี้ดำเนินการอยู่ ไม่ว่าเรื่องทางกฎหมาย หรือสอบในทางลับด้วย
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ตนลงไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น คนที่ไม่มีบ้านอยู่ ซึ่งการลงพื้นที่สุพรรณบุรีวานนี้ บางหลังยังมีน้ำท่วมสูงถึงชั้นสอง
“ไปที่ไหนก็จะถูกต่อว่า แต่ไม่เป็นไร เข้าใจ แต่ต้องแก้ปัญหาไปพร้อมกันทุกมิติ” นายวราวุธ กล่าว