ป.ป.ช. แจบยิบคดีโกงสอบท้องถิ่น ปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหาเพราะไล่สอบทั้ง คาดต้น พ.ย.แจ้งข้อหา 6 พันรายได้ แย้มหลักฐานถึง ‘ตัวการใหญ่’ สุดแค่อธิบดี ลั่นไม่มีตัดตอนแน่
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ต.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิติพันธ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริต การจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
ภายหลัง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ถูกปล่อยตัวจากการคุมขังระหว่างไต่สวน เนื่องจากสำนักงานป.ป.ช.ยังทำสำนวนส่งฟ้องต่อศาลไม่ทัน
นายนิติพันธ์ กล่าวว่า คดีนี้เราทำอย่างเต็มที่ โดยบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ ปปง. ในเรื่องติดตามเส้นทางการเงินต่างๆ รวมถึง ป.ป.ท. ซึ่งต้องบอกว่าในความเป็นข้าราชการ เราก็รับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้
การเข้ามาเป็นข้าราชการแล้วมีการทุจริตหรือต้องให้สินบนตั้งแต่แรก เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ฉะนั้นเราตั้งใจอยู่แล้วต้องทำคดีนี้ให้สำเร็จ และขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของป.ป.ช. ให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน เราจะทำอย่างดีที่สุด ในส่วนรายละเอียด
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มี 3 ประเด็นหลักที่สังคมตั้งคำถามว่า ผู้ต้องหาถูกปล่อยตัวไป ถือว่าคดีจบเลยหรือไม่ มีการตัดตอนกันหรือไม่ และมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่อย่างไร
ยืนยันว่า 1.ป.ป.ช.ยังคงมุ่งมั่นดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด และทุกคน 2.ในส่วนของกฎหมาย ป.ป.ช.ต้องปฏิบัติตามและเคารพกฎหมายอยู่ เราต้องทำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ อย่างไร 3.ประสิทธิภาพในการไต่สวนคดีทุจริต
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า โจทย์ที่รับฟังในสัปดาห์ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ตัดตอนหรือไม่ ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นจากเวลาควบคุมขังหรือไม่ มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ เรื่องแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ กฎหมายออกแบบให้การดำเนินการทุจริต มาอยู่ที่ ป.ป.ช. แต่ไม่ได้เด็ดขาด เพราะยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ แต่เมื่อไหร่ที่รู้ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต ต้องส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ภายใน 30 วัน
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาคือ เมื่อส่งสำนวนมาแล้ว กระบวนการมีการคาบเกี่ยวระหว่างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) คือมีอำนาจจับ ค้น คุมขัง กฎหมายป.ป.ช.ก็มีแต่ต่างกันตรงที่การเริ่มเรื่อง เพราะเรื่องนี้เริ่มที่พนักงานสอบสวนดำเนินการมาระยะหนึ่ง
แต่มาเห็นภายหลังว่า น่าจะเป็นเรื่องทุจริตเลยส่งมาที่ป.ป.ช. เรามีเวลาทำเหลือ 3 ผัด ผัดละ 12 วัน เมื่อมีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทำและดำเนินการให้รวดเร็ว ต้องนำตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องร้องดำเนินคดี และลงโทษให้ได้
คดีนี้ ป.ป.ท. ปปง. หรือพนักงานสอบสวน จะรวบรวมพยานหลักฐานที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ทำเองไม่ได้ก็ส่งให้ป.ป.ช. แต่ข้อสำคัญที่เกิดจากการรวบรวมหลักฐานเหล่านั้นเร็ว คือการถูกรวมในสำนวนอย่างสมบูรณ์ค่อนข้างมาก เช่น เส้นเงิน การยึดอายัดทรัพย์สิน
เมื่อส่งถึง ป.ป.ช. ข้อแตกต่างคือ ป.ป.ช.ใช้ระบบการไต่สวนคือ ต้องมาดูก่อนว่ารูปเรื่องการทุจริตคดีนี้ ใครเกี่ยวข้องบ้าง พาดพิงถึงใคร จะใช้กระบวนการไต่สวนอะไร เช่น คณะกรรมการไต่สวนทั้งคณะ มีคณะไต่สวนเบื้องต้นหรือไม่
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินคดีอาญา มีหลักว่าแม้ว่ารัฐ ซึ่งรวมถึงป.ป.ช. จะมุ่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ก็ต้องไม่กระทบสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกกล่าวหาเกินสมควร ในที่นี้คือ ป.วิอาญา มาตรา 87 โดยโทษสูงสุดคดีนี้เกิน 10 ปี ควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาได้ไม่เกิน 84 วัน ถ้าเกินต้องปล่อยทันที เป็นอย่างนี้ทุกคดี
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า คำถามต่อมาคือ ถือว่าเขาพ้นผิดหรือไม่ คือไม่พ้น ไม่เกี่ยว ในส่วนการดำเนินคดีจนกว่าพบว่าใครกระทำผิด ส่วนที่ถามว่าเมื่อปล่อยตัวไปไม่กลัวผู้ต้องหาหลบหนีหรือ ในกฎหมายป.ป.ช. กำหนดในมาตรา 39 ถ้าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือมีพฤติการณ์หลบหนีให้จับตัวผู้ต้องหา ในเรื่องนี้เรามีเครื่องมือ และมาตรการเฝ้าระวัง ไม่ให้ผู้ต้องหาดำเนินการเช่นนั้นอยู่
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุผลที่ทำไม่ทัน เพราะถ้าจะตัดตอนต้องรีบทำให้เสร็จในเวลาที่ทุกคนคาดหวัง โดยไม่สนว่าใครเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดบ้างโดยเฉพาะตัวการใหญ่ รีบดำเนินคดีเฉพาะคนที่เราต้องการดำเนินคดี แบบนี้ถึงเรียกว่าตัดตอน
วันนี้ ป.ป.ช.ยังสรุปสำนวนอะไรไม่ได้ เพราะกำลังไต่สวนทั้งกระดานว่า ผู้เกี่ยวข้องตัวการใหญ่คือใคร ใครสนับสนุน ใครเป็นนายหน้า ใครเป็นคนแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของผลการสอบทั้งหมด
“ผู้ถูกกล่าวหา 6 พันคน ไม่มีพยานคนไหนในโลกบอกว่าตัวเองทำผิด พยาน 1 คน ใช้หลักฐาน 4-5 ชิ้นเพื่อยันให้ได้ว่าเขาทำผิด ไม่มีใครบอกแต่ต้นว่าเอาเงินไปจ่ายนายหน้าคนนั้นคนนี้ เป็นค่าโกงสอบ ความยุ่งยากและความซับซ้อนของเรื่อง ถึงเป็นที่มาว่าเราต้องใช้เวลา แต่ยืนยันว่าไม่ช้า”
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องคดีเรายังสอบพยานไม่ครบทั้ง 6 พันคน แต่มีพยานหลักฐานอาจกล่าวได้ว่า เพียงพอดำเนินการได้ในบางส่วน โดยเฉพาะคนที่เป็นตัวการใหญ่
“เบื้องต้น ตัวการใหญ่ที่สุดคือยังไม่ถึงนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ปัจจุบันหลักฐานยังไม่ถึง ส่วนจะถึงใคร เดี๋ยวปลายเดือนต.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะไต่สวน และนำพยานหลักฐานที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์มาพิจารณากันว่าจะแจ้งข้อหาอย่างไร
สังคมอยากให้เราทำทั้ง 6 พันรายในคราวเดียวกัน แต่จะมีข้อจำกัดในทางเทคนิคคดี ดังนั้น อาจจะทยอยแจ้งข้อกล่าวหา ต้องรอดูคณะไต่สวนว่าจะใช้โมเดลไหนดำเนินคดี ยืนยันไม่ช้า เริ่มดำเนินการได้ช่วงต้น พ.ย.นี้แน่นอน”
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้สำคัญเป็นคดีที่เรียกว่าละเมิด หรือท้าทายต่อการปราบปรามการทุจริต โกงตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง ทำลายความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน ทำให้ป.ป.ช.ต้องดำเนินการอย่างรัดกุม ในเรื่องพิสูจน์เจตนา และมูลเหตุจูงใจในการกระทำผิด ต้องพิสูจน์ 2 อย่าง ไม่ใช่มีเส้นเงิน มีคำให้การ แต่อธิบายเจตนาหรือมูลเหตุไม่ได้ การดำเนินคดีจะไม่มีประสิทธิภาพ
ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีนี้ดำเนินการไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ในเชิงปริมาณมีความคืบหน้าได้น้อย ประมาณ 40% แต่ในเชิงคุณภาพตัวการสำคัญ ตัวการใหญ่ พยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
อย่างที่เรียนคราวก่อนมี 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง 2.กลุ่มคนจัดทำขบวนการทั้งหมด ไม่ว่าแก้ไขคะแนน ดำเนินการอาจมีขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง 3.กลุ่มนายหน้า ที่มี 100 กว่าสาย 4.กลุ่มผู้เข้าสอบ กลุ่มนี้จะเยอะที่สุด
ในกระบวนการเหล่านี้กระบวนการที่ยากที่สุดเราผ่านพ้นไปแล้ว แต่ที่เหลือคือทำให้ละเอียดรอบคอบ และมีข้อจำกัดคือ ถ้า ป.ป.ช.ดำเนินคดี เราจะดำเนินคดีครั้งเดียว เราจะไม่เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง ต้องแน่ชัดว่าแต่ละคนทำผิดอะไร
เช่น ทำผิดตั้งแต่เป็นตัวการวางแผน ลงมาเป็นนายหน้า มีการเรียกรับเงินด้วย เป็นต้น ความละเอียดรอบคอบตรงนี้ เราต้องแยกแยะการกระทำผิดตรงนี้ให้ได้ ต้องใช้เวลาเล็กน้อย ดังนั้น คิดว่าไม่ช้า
เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ต้องถูกดำเนินการทางวินัยหรืออาญาหรือไม่ กรณีทำสำนวนส่งฟ้องไม่ทัน นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ในตัวกฎหมายใหญ่ เวลามีการกระทำผิดเกิดขึ้น คนส่วนหนึ่งไม่ได้มาแจ้งที่ป.ป.ช. ไปแจ้งพนักงานสอบสวน ตัวกฎหมายออกแบบมาว่า เมื่อรับเรื่องแล้วสามารถดำเนินการได้ภายใน 30 วัน ถ้าเห็นว่ามีเรื่องทุจริตจึงส่งป.ป.ช.
โดย ป.ป.ช.มาตรการบังคับเอากับตัวผู้ถูกไต่สวน หรือผู้ถูกกล่าวหาร้องเรียน เราไม่ค่อยใช้เรื่องการคุมขัง เพราะป.ป.ช.เน้นประสิทธิภาพของการดำเนินคดี คือนำตัวผู้กระทำผิดลงโทษให้ได้ ป.ป.ช.ออกแบบให้มีเครื่องมือสำคัญคือ ถ้าเขาจะหนี เราขอศาลออกหมายจับได้
“เรารู้ว่าคดีประเภทนี้ซับซ้อน และผู้กระทำผิดส่วนใหญ่มักหลบหนี เราจึงแก้อายุความว่า ถ้าหลบหนีระหว่างไต่สวน ไม่ให้นับอายุความ ไม่ว่าคุณหนีไปไหน เราจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ นั่นคือวัตถุประสงค์สูงสุดของกฎหมาย” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรอบในการไต่สวนนั้น ป.ป.ช.มีความผิดตามมาตรา 46 พ.ร.ป.ป.ป.ช. กรณีตั้งไต่สวนแล้วดำเนินการไม่เสร็จใน 2 ปี ถ้าเกี่ยวพันกับต่างประเทศ 3 ปี ให้ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ทำคดีล่าช้าว่า ละเลย ละเว้นหรือไม่ มีการถูกให้ออก ถูกดำเนินคดีไปหลายคนแล้ว
ส่วนที่ดร.วิน ธนพชรโภคิน ผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ เคยหลบหนีก่อนถูกจับมาส่งตัวคุมขัง เมื่อได้รับการปล่อยตัวจะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีเหตุหลบหนีเมื่อไหร่ ขอศาลออกหมายจับทันที เราซีลชายแดนด่านต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าช่องทางธรรมชาติ หรือช่องทางทางการ
ส่วนที่กังวลว่าจะปยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐานนั้น นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า พยานหลักฐาน ทุกหน่วยรวบรวมมาครบถ้วนสมบูรณ์ อาจมีส่วนน้อยที่ไปรบกวนพยานหลักฐาน ในส่วนของคดีอาญาที่มีการกระทำเป็นกระบวนการ เกี่ยวข้องหลายคน
สิ่งที่ต้องพิสูจน์ว่า ใครเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ในภาษา ป.ป.ช. ถ้าตัดตอน ถ้าตัดหัว ตัวไม่ผิด ตัดตัวหัวไม่ผิด ตัดไปตัดมาไม่มีใครผิด เราจึงทำห้รอบคอบก่อนว่าใครเกี่ยวข้องส่วนไหน ในฐานะอะไร กระทำกี่กรรม
“คดีนี้มาถึง ป.ป.ช. ตอนถึงผัดที่ 4 เรามีเวลาทำ 36 วัน ใช้หาคนที่ไม่มีส่วนได้เสีย ในการไต่สวนเพราะระบบไต่สวน ไม่เปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่มีส่วนได้เสียเข้าไปในทีมเลย ใน 36 วัน ไม่มีคดีไหนเราทำได้เร็วเท่านี้” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าพยานหลักฐานขณะนี้ไม่ถึงนักการเมืองใช่หรือไม่ ผู้ถูกกล่าวหาในตำแหน่งสูงสุดคือระดับอธิบดีใช่หรือไม่ มีกี่คน นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ใช่ มีอธิบดีเกี่ยวข้องหลายคน แยกเป็น 2 สำนวน คือสำนวนปี 2568 และปี 2564 ที่ตนมาชี้แจงคือสำนวนปี 2568 อีกสำนวนไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไร แต่มีมากกว่า 1 คนแน่นอน
เมื่อถามถึงในช่วงต้นเดือนพ.ย. จะทยอยแจ้งข้อกล่าวหาได้ จากนั้นต้องมีการแก้ข้อกล่าวหา กระบวนการจะนานหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ไม่นาน เราจะแจ้งข้อกล่าวหาต่อเมื่อเรามั่นใจว่าเขากระทำผิดอะไร ต้องมารับทราบชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 15 วัน ขยายได้ 30 วัน รวม 45 วัน ให้เขาต่อสู้คดีเต็มที่ ไม่แปลกใจคดีส่วนใหญ่ของ ป.ป.ช. เกือบ 100% ดำเนินคดีได้ เพราะข้อเท็จจริงฟังยุติแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีการตรวจข้อสอบ 8 แสนแผ่นนั้น นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า กำลังจะตรวจ คาดว่าอีก 10 วันหลังจากนี้ ขณะนี้กำลังมองหาสถานที่ที่น่าเชื่อถือ ตอนนี้ได้เครื่องแล้ว เหลือตกลงตรวจที่จุดไหน มีกรรมวิธีอย่างไรว่า ตรวจแล้วใช้ในศาลได้ มีผู้เชี่ยวชาญรองรับ พร้อมกับตรวจกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามถึงเส้นทางการเงินคดีโกงสอบท้องถิ่น ตอนนี้ปลายทางอยู่ที่ใคร นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องเส้นทางการเงินมีความละเอียดพอสมควร ทุกทิศทาง กระจายเป็นใยแมงมุม ปลายทางเราพอเห็นบ้าง ตัวละครใหญ่ๆ พอเห็นบ้าง ปลายทางไม่น่าจะขนาดหลักพันล้านบาท
แต่พยานหลักฐานวันนี้ ปลายทางยังไม่ถึงนักการเมือง ไม่ว่าระดับรัฐมนตรี หรือสส. อันนี้คอนเฟิร์มได้ รวมถึงเงินดิจิทัลด้วย ดูทุกประเภท เรามีหลายทีม ทั้งนี้ เงินบางส่วน ทรัพย์สินบางส่วนถูกยึดและอายัดไปแล้วตามกฎหมาย ปปง. เยอะอยู่ ถ้าติดตามคำสั่ง ปปง.น่าจะเห็นตัวเลขอยู่ หลักร้อยล้านบาทอยู่ ถ้าจำไม่ผิด
“เราไม่ได้หลบหน้านักข่าว เราพยายามให้ข้อมูลทุกขั้นตอน คดีนี้สำคัญ เพราะไปก่อให้เกิดการทุจริตอีกเท่าทวีคูณ จากคนหนึ่งคนที่เสียเงินในวันที่เข้าไป แล้วเขามีอายุราชการ 36 ปี ต้องถอนทุนคืน เป็นเรื่องสาหัสพอสมควรกับประเทศ
เรื่องนี้จะไม่หายไป ไม่เงียบแน่นอน รวมถึงเรื่องที่สนใจอื่น ๆ ด้วย เพราะนโยบายเลขาธิการ ป.ป.ช. จะฟื้นความเชื่อมั่นคดีใหญ่ ๆ ร่วมมือกับทุกหน่วยงาน จับตัวผู้กระทำผิดให้ได้โดยเร็วที่สุด” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว