สุชาติ เย้ย ปชน. พรรษาน้อย เป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ ลั่น ผมคงมีอภินิหาร-อิทธิฤทธิ์เยอะ ถูกจองกฐินซักฟอกทุกครั้ง ย้ำสัมพันธ์ กล้าธรรม รู้จักกันเป็นสิบปี ไม่ต้องขอเสียงช่วย
เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 14 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวกรณีเป็นหนึ่งในผู้ถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นไทม์ไลน์ทางการเมือง และเป็นภารกิจหน้าที่ของฝ่ายค้าน ส่วนรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีรายชื่อถูกอภิปรายก็เป็นเรื่องปกติ
ตั้งแต่ตนเป็นรัฐมนตรีมาไม่เคยที่จะไม่มีชื่อสักครั้งเดียว เขาคงมองว่าตนมีอภินิหารและอิทธิฤทธิ์เยอะเลยจองกฐินทุกครั้ง ตั้งแต่สมัยเขาเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านจนวันนี้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน หากไม่มีชื่อตนคงเป็นเรื่องแปลก
อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง แต่ขออย่างเดียวว่า การพูดในสภาฯ ต้องพูดความจริง อย่าให้เป็นเรื่องความเชื่อที่ผิด ตนขอให้ประชาชนทางบ้านรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝั่ง
เมื่อถามว่า เก็งข้อสอบอย่างไรบ้าง เพราะญัตติเขียนไว้กว้างๆ นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่เขาจะเอาข้อความที่คิดในมุมของเขา ส่วนเราต้องมีข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและหลักฐานต่างๆ มาหักล้าง
เมื่อถามว่า คิดว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จะจองอภิปรายตนเองหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เขาคงไม่มีอะไรจะพูดถึงตน เพราะพูดทุกวัน
เมื่อถามว่า คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะกล้าหักการอภิปรายครั้งนี้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่พูดคุยกันตอนร่วมรัฐบาล ตนมองว่าจะตั้งคำถามแบบนี้ไม่ได้ เพราะจะทำให้เพื่อนๆ ในพรรคเพื่อไทยมองไม่ดี การตั้งคำถามแบบนี้อันตราย
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีข้อสังเกตเกี่ยวกับพรรคประชาชนที่ไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ได้ยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรมล้างมลทิน ในช่วงนี้จะเกิดการต่อรองอะไรหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ถ้าเขายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีด้วยข้อมูลหลักฐานหรือการทำงาน ก็ต้องคละไป แต่เมื่อเป็นการยื่นเฉพาะกลุ่มเฉพาะก้อนและพูดดิสเครดิตกัน อาจจะเป็นเรื่องของปมในใจกัน จึงอภิปรายแบบนี้
เมื่อถามว่า การยื่นอภิปรายแบบนี้เพราะต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหาหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นความคิดของเด็กๆ ความเป็นเด็กอยู่ก็ยังเด็กอยู่วันยังค่ำ
เมื่อถามย้ำอีกว่า เชื่อว่าจะไม่ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลแตกกันใช่หรือไม่ นายสุชาติ ร้องว่า “โอ๊ย” ก่อนกล่าวว่า พรรษาเขายังเป็นเณรน้อย ยังเด็กอยู่
เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์กับพรรคกล้าธรรมค่อนข้างดี จะมีการดีลขอคะแนนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตอนที่เซ็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่มีพรรคกล้าธรรม ก็ต้องขอบคุณ เพราะความเป็นเพื่อนก็รู้นิสัยกันว่า เราเป็นนักการเมืองร่วมกันมาเป็นสิบๆ ปี รู้จักกันว่าใครเป็นอย่างไร หากไม่รู้นิสัยกันจะเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร
เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่ต้องไปขอเสียงพรรคกล้าธรรมใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า หากตนอยู่ในสถานะอย่างเขา ก็ต้องมีแนวคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องของข้อมูลที่ชัดเจน ถ้าเป็นการกล่าวหาโดยเลื่อนลอย แล้วเราจะไปลงโทษเพื่อนเราโดยไม่มีเหตุผล เราจะมีเพื่อนในสังคมได้อย่างไร
เมื่อถามย้ำว่า หากมองว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นเรื่องของเด็กๆ แสดงว่ามั่นใจว่าไม่สามารถโค่นล้มรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เขาคงไม่มีอะไรทำ และมองว่าเป็นสีสันทางการเมือง เมื่อไม่มีอะไรทำก็ต้องทำ
เมื่อถามว่า หากพรรคกล้าธรรมโหวตสนับสนุนรัฐบาล ถึงเวลาที่ต้องตอบแทนแล้วหรือยัง นายสุชาติ กล่าวว่า ตนก็ได้รับการแต่งตั้งจากนายกฯ คงไม่สามารถตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ แบบนี้ได้ ตนทำงานตามที่นายกฯ มอบหมาย แต่ขอให้สื่อมวลชนมั่นใจว่า รู้จักกับตนมาตั้งแต่ปี 2562 และเห็นตนถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาทุกครั้ง เมื่อถึงฤดูกาลเขาอาจจะนึกถึงตน
เมื่อถามว่า จะสร้างสีสันให้เขาได้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ในทางการเมืองหากเขาเป็นฝ่ายค้าน เขาก็ต้องยึดโยงและอภิปรายคนที่คิดว่ามีข่าวได้ทุกวัน ซึ่งการชี้แจงต้องเอาหลักฐานมาหักล้างวาทกรรมตลอดเวลา ที่ผ่านมาที่นำความจริงมาเป็นความเชื่อที่ผิด ไม่ควรเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับนักการเมือง เพราะจะทำให้หม่นหมอง ประชาชนเบื่อหน่ายการเมือง
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า การเป็นนักการเมืองที่จะทำให้ประชาชนพึ่งพาได้ ต้องไม่เล่นกันแบบรายวัน และต้องไม่ทำอะไรเหมือนเด็ก แต่ตนก็เข้าใจได้ว่าบางเรื่องสื่อมวลชนหยิบไปเป็นประเด็นอาจจะไม่มีสาระ แต่สามารถเรียกยอดไลก์ยอดแชร์เยอะก็เป็นอีกมุมหนึ่ง ซึ่งตนกำลังจะบอกว่านักการเมืองบางท่านที่เปิดประเด็นเขาต้องการแบบนี้ ตนไม่ได้ว่าสื่อมวลชน แต่พูดถึงนักการเมืองที่ทำให้สถาบันการเมืองไม่น่าเชื่อถือ เล่นรายวันโดยไม่มีสาระ