หวิดเดือด! กลุ่มชุมนุมต่อต้าน World Bank-IMF ปะทะเจ้าหน้าที่ ก่อนปักหลักปราศรัยแยกพระราม 4 ตัวแทนเครือข่ายฯ ยันต้องการส่งเสียงให้ถึงที่ประชุมการให้กู้เงินส่งผลต่อทิศทางนโยบายรัฐบาล
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 15 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ (People’s Network Against world bank-IMF) ปักหลักชุมนุมปราศรัย บริเวณแยกพระราม 4 ซึ่งเป็นเส้นทาง มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนรัชดา ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่การประชุม
โดยตั้งแต่ช่วงเช้า กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากบริเวณแยกศุลกากร มุ่งหน้าไปที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จนมาถึงที่แยกถนนพระรามที่ 4 จุดที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนวางแนวกั้น
พร้อมประกาศแจ้งเตือนผู้ชุมนุมว่า กำลังชุมนุมขัดขวางการจราจร และ อาจฝ่าฝืนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดสถานที่ตามมาตรา 8 (5) แห่งพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558
โดยทางกลุ่มผู้ชุมนุม ได้มีการยื้อยึดจุดกระชากกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่พยายามเข้าขัดขวางการติดป้ายผ้าบนสะพานลอยบริเวณแยกพระรามที่ 4 ส่งผลให้มีกลุ่มผู้ชุมนุมถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอยู่บนสะพานลอย 12 คน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา

ต่อมา ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะตัดสินใจกลับมาปักหลักรอในพื้นที่บริเวณแยกดังกล่าว เพื่อรอให้ทีมเจรจาของทางกลุ่มเข้าพูดคุยและต่อรองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง โดยผู้ชุมนุมยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิมว่า จะต้องเดินทางเข้าไปยังเป้าหมายที่ได้แจ้งการชุมนุมไว้ คือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ต่อไป
ด้านการจราจรบริเวณถนนพระรามที่ 4 ค่อนข้างติดขัดเป็นอย่างมา เนื่องจากมีการปิดถนนโดยรอบศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นางสุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้แทนเครือข่ายประชาชนต่อต้าน IMF เปิดเผยถึงการปักหลักชุมนุมของเครือข่ายฯ จาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศว่า การมาในครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อยื่นหนังสือ แต่ต้องการส่งเสียงสะท้อนจากประชาชน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเจรจาและการกำหนดเงื่อนไขเงินกู้ของธนาคารโลกและ IMF

นางสุภาภรณ์ระบุว่า ที่ผ่านมาการกู้ยืมเงินจากทั้ง 2 องค์กรไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเงินทอง แต่มีการกำหนดโครงสร้างและทิศทางนโยบายของประเทศไทยโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณี “เขื่อนปากมูล” ที่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกลับไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ การจัดประชุมครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มทุนพลังงาน โดยอ้างความยั่งยืนบังหน้า แต่กลับละเลยสิทธิชุมชน ทั้งเรื่องที่ดิน อากาศ และสายน้ำ รวมถึงลดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการลง เพื่อเปิดทางให้กลุ่มทุนเข้ามาฉวยประโยชน์ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่กลับถูกขับไล่ออกจากที่ดินทำกินของตนเอง

สำหรับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เครือข่ายฯ ประกาศปักหลักค้างคืนบริเวณพื้นที่ชุมนุมจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 16 ต.ค. โดยยืนยันว่าจะติดตามผลการเจรจาของการประชุมครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะออกมาคัดค้านทันทีหากรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปทำข้อตกลงที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสิทธิของประชาชน