นายกฯ เปิดทำเนียบฯต้อนรับ ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส เยือนไทยในรอบ 22 ปี มุ่งขยายการค้า-ลงทุน กระชับความร่วมมือรอบด้าน รับครบรอบ 95 ปีสัมพันธ์ทางการทูต

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ นายกี ปาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 15–17 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี และตรงกับวาระครบรอบ 95 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2569

ทันทีที่เดินทางถึง นายกฯ ได้ให้การต้อนรับ พร้อมนำประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ก่อนเชิญประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อถ่ายภาพร่วมกัน ณ บันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า และลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาล และเยี่ยมชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ณ ห้องสีงาช้าง

จากนั้น นายกฯ และประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส หารือข้อราชการเต็มคณะ

ต่อมา เวลา 11.40 น. นายอนุทิน พร้อมด้วย ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส แถลงข่าวร่วมกัน โดย นายกฯ กล่าวให้การต้อนรับการเยือนของประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างการประชุม IMF-World Bank 2026

การเยือนในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศไทย-สวิตเซอร์แลนด์กำลังจะร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 95 ปี และถือเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสในรอบ 22 ปีด้วย

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราทั้งสองได้ร่วมกันประชุมและมีผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง โดยพวกเราได้ยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเสริมสร้างมิตรภาพอันยาวนานและผลักดันความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ 4 ประการ

ประการแรก ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นพันธมิตรการค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยในยุโรป ปี 2025 และยังคงเป็นเช่นนั้นในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของเรา

ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ เราจึงได้หารือถึงการดำเนินการตามข้อตกลงการค้าเสรีไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป หรือ EFTA ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าการลงทุน ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ

ตนจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสเดินทางมาพร้อมกับคณะผู้แทนภาคธุรกิจ ประเทศไทยยินดีต้อนรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากสวิตเซอร์แลนด์ในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีมูลค่าสูง รวมถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน

ประการที่สอง ความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ประเทศไทยและสวิตเซอร์แลนด์ทั้งสองได้บรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใต้ข้อตกลงที่ 6 ของความตกลงปารีส ซึ่งตัวอย่างที่เด่นชัดคือโครงการยกระดับรถไฟฟ้าในกรุงเทพ หรือ Bangkok e-bus programme ที่ได้นำรถบัสไฟฟ้ากว่า 2,000 คัน มาให้บริการ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลพิษทางอากาศ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนจากการ ต่อยอดความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จนี้

มูลนิธิ KliK คาดว่าจะรับซื้อคาร์บอนเครดิตเป็นมูลค่าประมาณ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการอนุมัติที่จำเป็นของรัฐบาลทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นโอกาสที่สำคัญในการระดมทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนโครงการด้านสภาพภูมิอากาศ และเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ประการที่สาม ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สวิตเซอร์แลนด์มีจุดแข็งในด้านดังกล่าว อันจะช่วยส่งเสริมความมุ่งมั่นของไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจ นวัตกรรม และขยายขีดความสามารถการแข่งขันให้สูงขึ้น เราได้หารือถึงความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการวิจัยร่วม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการแปลงนวัตกรรมไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในอุตสาหกรรม

ประการที่สี่ ด้านการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ที่สวิตเซอร์แลนด์มีความเชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมโยงการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม ที่เราหวังจะขยายความร่วมมือพัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนความรู้ การฝึกอบรมเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรของเราสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับสถานการณ์ความท้าทายในภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ หรือ online scam และการไหลเวียนของเงินทุนผิดกฎหมาย

นายกฯ กล่าวว่า ตนมีความเชื่อมั่นว่าการเยือนในครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ๆให้กับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ และช่วยขับเคลื่อนประเด็นสำคัญร่วมกันให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ขอขอบคุณประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสสำหรับมิตรภาพและการเสริมสร้าง ความสัมพันธ์ทวิภาคีของเรา ตนตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างหุ้นส่วนที่แข็งแกร่ง และขับคลื่อนไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ขณะที่ ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส กล่าวขอบคุณประเทศไทยในการปราบปรามปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ที่พลเมืองสวิตเซอร์แลนด์มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเป้าของเครือข่ายออนไลน์เหล่านี้ โดยยืนยันว่าพร้อมพัฒนาผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

ก่อนทิ้งท้ายว่า ตนตั้งตารอที่จะได้พูดคุยหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นเพิ่มเติมระหว่างประเทศไทย-สวิตเซอร์แลนด์ และพร้อมยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีของไทยในโอกาสหน้า ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งหากมีโอกาส จะได้พูดคุยกันต่อในประเด็นปัญหาร่วมกันทั้งสองฝ่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน