สุชาติ เปิดดีลธนาคารโลก 81.6 ล้านบาท หนุน พ.ร.บ.ลดโลกร้อน ปูทางไทยสู่ Net Zero 2050

วันที่ 15 ต.ค.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเจรจาระดมทุนสนับสนุนจากธนาคารโลก (World Bank) ในรูปแบบเงินให้เปล่า (Grant) รวมประมาณ 81.6 ล้านบาท หรือ 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนากลไกราคาคาร์บอนและแบบจำลองทางเศรษฐกิจสำหรับการวางแผนลดก๊าซเรือนกระจก

ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมขับเคลื่อน (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีแผนบังคับใช้ในปี 2570 และผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

นายสุชาติกล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ “กรมลดโลกร้อน” เดินหน้าประสานความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อระดมทรัพยากรทางการเงินและองค์ความรู้มาสนับสนุนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของไทย

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการเจรจาในการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ซึ่งนำไปสู่การสรุปเงินสนับสนุนสำหรับ 2 โครงการสำคัญ รวมวงเงินกว่า 81 ล้านบาท

 

โครงการแรก Partnership for Market Implementation (PMI) ได้รับเงินสนับสนุนประมาณ 68 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเหมาะสมและพัฒนาเครื่องมือกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing Instruments) ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย ตลอดจนออกแบบกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเตรียมความพร้อมให้ภาครัฐและภาคเอกชนรองรับการบังคับใช้กฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศในอนาคต

ส่วนโครงการ Thailand’s Long-Term Climate Strategies (LTS) ได้รับเงินสนับสนุนประมาณ 13.6 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้แบบจำลองทางเศรษฐกิจสำหรับวิเคราะห์แนวทางการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ควบคู่กับการวางแผนลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว ช่วยให้ประเทศไทยสามารถกำหนดมาตรการและจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รมว.ทส. กล่าวย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แรงงาน และชุมชน

การได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารโลกครั้งนี้จึงไม่เพียงช่วยเสริมความพร้อมด้านกฎหมายและกลไกทางเศรษฐศาสตร์ แต่ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือทางการเงิน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การสนับสนุนด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมาย NDC 3.0 และ Net Zero 2050 ของประเทศไทย

โดยความร่วมมือกับธนาคารโลกจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการวางแผนและลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ที่คำนึงถึงทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ไทยสามารถรับมือกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน