เท้ง โวยรัฐบาล เลิกคิดเองเออเองให้ข่าวซักฟอก ทั้งที่ยังไม่ได้พูดคุย ฝ่ายค้านไม่ยอมถ้าได้อภิปราย 3 วัน ลั่นคนเป็นนายกฯ บริหารจัดการเวลาได้ เผยจัดทัพค่อนข้างเรียบร้อยแล้ว ปัดตอบ พุ่งเป้า ‘ไชยชนก’ เพราะเป็นคนใกล้ชิดผู้นำจิตวิญญาณ ภท.หรือไม่
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ครั้งที่ 16 ถึงการอัปเดตการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การจะให้เวลาแค่ 3 วันนั้น จะต้องมีเวลาชี้แจงจากรัฐบาลด้วย แปลว่ารัฐบาลพยายามจะเล่นกล เล่นเกมการเมืองในรัฐสภาเพื่อให้เวลากับฝ่ายค้าน อภิปรายรัฐมนตรี 18 คน แค่ 2 วันเท่านั้น
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า อีกอย่างการที่รัฐบาลออกมาให้ข่าวเช่นนั้น ยังไม่เคยพูดคุยกับตัวแทนของฝ่ายค้านเลย และประธานรัฐสภาก็ยังไม่ได้เลือกประชุมร่วมกันของวิป ทั้ง 2 ฝ่าย ว่าตกลงแล้วจะอภิปรายวันไหนและให้กี่วัน ฉะนั้น สิ่งที่อยากส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลคือต้องหยุดคิดเอง เออเอง เลิกคิดแทนฝ่ายค้าน เพราะเป็นให้ข่าวมาโดยที่ไม่มีการพูดคุยกับพวกเราทั้งสิ้น
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอยกตัวอย่างเช่นในปี 2563-2565 ที่เราอยู่ในรัฐบาลระบอบประยุทธ์ โดยในปี 2563 อภิปรายรัฐมนตรี 6 คน อภิปราย 4 วันเต็ม และลงมติในวันที่ 5 หรือใน 2564 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวมกัน 10 คน ก็อภิปราย 4 วันและลงมติในวันที่ 5
หรือช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. 2564 ที่มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี รวมกัน 6 คน และเดือนก.ค. 2565 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี รวมกัน 11 คน ก็อภิปราย 4 วันและลงมติในวันที่ 5 เช่นกัน
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันส่งข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล และคนที่ควรดำเนินหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาคือประธานรัฐสภา สำหรับการตรวจญัตตินั้น ตนได้เซ็นรับรองเรียบร้อยแล้ว จึงอยากให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมวิป
เมื่อถามว่าหากรัฐบาลยืนยันว่าจะให้อภิปรายแค่ 3 วันและสัปดาห์นี้ประธานสภาฯจะนัดประชุมแล้ว ฝ่ายค้านจะยืนยันที่ 5 วันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรายืนยันในกรอบระยะเวลาเดิม เพราะเทียบเคียงกับกรณีในอดีต จำนวนรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายมากกว่าในอดีตด้วยซ้ำ ซึ่งในอดีต ได้อภิปรายถึง 4 วันเต็ม
กรอบระยะเวลาที่เสนอไปก่อนหน้านี้ ถือว่าเหมาะสมแล้ว แต่การตัดสินใจบรรจุญัตติเข้าอภิปรายในสภาฯ เมื่อไหร่ รวมถึงระยะเวลากี่วัน ต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง นั่นคือการประชุมร่วมกันของวิปร่วม
เมื่อถามว่ามองอย่างไรเหตุผลสำคัญที่ฝ่ายรัฐบาลนำมาใช้คือ นายกรัฐมนตรีติดภารกิจต่างประเทศ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ สามารถบริหารจัดการตารางงานของตัวเองได้ ถ้าให้ความสำคัญกับการตอบคำถามในเวทีซักฟอก เวทีสภา เท่ากับงานส่วนอื่นๆ ของท่าน สุดท้ายอยู่ที่คนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ ให้ความสำคัญกับสภาฯมากน้อยแค่ไหน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การจัดทัพของฝ่ายค้านตอนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เราพร้อมทุกวินาที อยู่ที่รัฐบาลเองมากกว่า ว่าให้เราซักฟอกรัฐบาลเมื่อไหร่ จำนวนคนตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ แต่มีตัวเลขในใจอยู่แล้ว
ส่วนประเด็นสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้ คือ ชี้ให้เห็นว่าระบอบน้ำเงินเป็นภัยคุกคามต่อประเทศจริงๆการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่พวกเราพยายามชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากการใช้อำนาจหน้าที่ในฝ่ายบริหารแล้ว อาจจะเกี่ยวโยงกับส่วนอื่นๆ ด้วย
นอกเหนือจากสว. และองค์กรอิสระ ยังมีเรื่องการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนหรือในภาคส่วนอื่นๆ เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ดังนั้น อยู่ในกรอบญัตติทั้งหมดที่ยื่นไป
เมื่อถามว่าประธานสภาฯ อยากเห็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์ ฝ่ายค้านจะเน้นข้อมูลและมีใบเสร็จใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นอกเหนือจากใบเสร็จ ประเด็นสำคัญคือการที่เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าการบริหารของรัฐบาลล้มเหลวอย่างไรมากกว่า
หลายเรื่องแม้จะไม่มีใบเสร็จตายตัว เช่น การโกงเลือกสว. เมื่อเราเอาจิ๊กซอว์ส่วนต่างๆ มาประกอบให้เห็นภาพรวม ก็จะเห็นกลโกงที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับการบริหารราชการแผ่นดิน บางเรื่องมีหลักฐานชัดบางเรื่องอาจจะไม่มี แต่ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลบริหารงานได้สำเร็จ จะใช้วิธีอภิปรายไม่ไว้วางใจทำให้ประชาชนเห็น
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าไปที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องรอดูว่าใครจะถูกซักฟอกมากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูการอภิปรายจริงๆ ในตอนที่ญัตติเข้าสภาฯ