หมอเปรม จี้ รมว.สาธารณสุข แจงโครงการ อสพ. หลังขอเลื่อนตอบกระทู้ ตั้งคำถามใช้เงินหลวงสร้างหัวคะแนนหรือไม่ ขณะพยาบาลวิชาชีพยังรอบรรจุ ทวงคำตอบความคุ้มค่า–เกณฑ์คัดเลือก–ขอบเขตหน้าที่ ห่วงซ้ำซ้อนบุคลากรเดิม จี้ฟังเสียงค้านก่อนเดินหน้า
วันที่ 19 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. แถลงว่า ได้ยื่นกระทู้ถามสด นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เกี่ยวกับโครงการอาสาสมัครพยาบาลชุมชน (อสพ.) ที่มีข้อขัดแย้งในกลุ่มวิชาชีพ โดยเฉพาะสภาการพยาบาลแห่งประเทศไทยกำลังล่ารายชื่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยให้ครบหนึ่งแสนชื่อ ประมาณปลายเดือนนี้
แต่เมื่อประสานไปที่ รมว.สาธารณสุข ได้รับแจ้งว่าไม่พร้อมที่จะตอบ ขอเลื่อนไปก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และจะต้องมาคลี่คลายข้อขัดแย้ง และหาคำตอบ ที่ดีที่สุดให้กับประชาชน
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ดังนั้น ตนจึงขอถามผ่านสื่อมวลชนว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มกำลังคนด้านสุขภาพ โดยระยะแรกเปิดรับ 7,256 คน กระจายตำบลละ 1 คน ให้ค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท คัดเลือกผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยมีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นเจ้าภาพ ผู้สมัครแบ่งตามพื้นฐานความรู้และคุณสมบัติเป็น 3 กลุ่ม ก่อนเข้ารับการอบรมตั้งแต่ 30–240 ชั่วโมง
นพ.เปรมศักดิ์ระบุว่า หลังเข้าสู่ปีงบประมาณ 2570 ยังมีพื้นที่ประมาณ 600 ตำบล ที่คัดเลือกบุคลากรไม่ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการคัดเลือกที่ใช้การสัมภาษณ์ โดยไม่มีการสอบความรู้ทางวิชาการว่า อาจเปิดช่องให้เกิดการฝากคนเข้าทำงาน จึงเรียกร้องให้กระทรวง ชี้แจงหลักเกณฑ์และความโปร่งใส
นพ.เปรมศักดิ์กล่าวต่อว่า โครงการระยะแรกใช้งบประมาณ 1,306 ล้านบาท เฟสแรก จ้าง อสพ. ตำบลละ 1 คน เฟสต่อไปหากขยายเป็นหมู่บ้านละ 1 คน อาจต้องใช้งบถึง 13,000 ล้านบาทต่อปี จึงตั้งคำถามว่าเหตุใดกระทรวงจึงเลือกเพิ่มบุคลากรประเภทใหม่ แทนการเร่งบรรจุพยาบาลวิชาชีพที่รอเข้าทำงาน หรือเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ยังขาดแคลน
พร้อมกันนี้ ได้ตั้งข้อสงสัยว่า การกระจายผู้ได้รับค่าตอบแทนลงทุกตำบล และอาจขยายถึงทุกหมู่บ้าน จะเป็นการใช้เงินงบประมาณสร้างฐานคะแนนทางการเมืองหรือไม่ โดยเรียกร้องให้กระทรวงตอบคำถามเรื่องความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลลัพธ์ด้านสุขภาพให้ชัดเจน
นพ.เปรมศักดิ์ ยังแสดงความกังวลเรื่องความซ้ำซ้อน เนื่องจากในชุมชน มีทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นักบริบาลชุมชน ผู้ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้จัดการการดูแล และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.อยู่แล้ว กระทรวงจึงต้องกำหนดให้ชัดว่า อสพ.มีหน้าที่อะไร ทำอะไรได้ และห้ามทำอะไร โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลและความปลอดภัยของประชาชน
“จะเอาคนมาเรียนระยะสั้น แล้วไปดูแลประชาชนเหมือนพยาบาลวิชาชีพที่เรียนมาโดยตรงและสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพ ต้องเอาให้ชัดเจน” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
นอกจากนี้ ยังขอให้เปิดเผยแผนงบประมาณระยะยาว เงื่อนไขสัญญาจ้างและสิทธิประโยชน์ รวมถึงประเมินภาระผูกพันก่อนขยายโครงการ พร้อมรับฟังข้อทักท้วงจากองค์กรวิชาชีพการพยาบาลและหน่วยงานวิชาการ เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน
นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางลดจำนวนข้าราชการ แต่กลับเพิ่มบุคลากรผ่านโครงการนี้ จึงต้องอธิบายความสอดคล้องของนโยบาย และตอบให้ได้ว่างบประมาณที่เพิ่มขึ้นสร้างผลลัพธ์ดีกว่าการเสริมกำลังบุคลากรในระบบเดิมอย่างไร รวมถึงจะเร่งบรรจุพยาบาลวิชาชีพที่รออยู่ได้เมื่อใด
“ท่านไม่มาตอบวันนี้ ก็ขอฝากท่านตอบทางสื่อด้วย เพราะเป็นเรื่องสำคัญ มันไม่ใช่เงินของพรรคการเมือง จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีรับฟังเสียงคัดค้านและชี้แจงข้อสงสัยก่อนเดินหน้าหรือขยายโครงการ” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว