โรม ยัน ซักฟอก 5 วันเหมาะสมแล้วขยี้ระบอบสีน้ำเงิน เหน็บถูกบีบเหลือ 3 วัน เหตุรัฐบาลกังวล ลั่นรอบนี้จัดหนักแน่ ไม่ใช่น้ำท่วมทุ่ง แต่ใช้หลักฐานน็อก ถาม ‘ไชยชนก’ เป็นลูกนกในรัง หรือกล่องดวงใจกันแน่
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 ต.ค.2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตนยังไม่ได้คุยกับนายภราดร ในเรื่องนี้
ส่วนแนวทางการพูดคุยที่ผ่านมาเกี่ยวกับจำนวนวันและเวลา จะต้องคุยผ่านกลไกวิป 3 ฝ่ายคือ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะประชุมร่วมกัน จู่ๆ จะกำหนดวันมาให้เลย ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากฝ่ายค้านเข้าชื่อเสนอญัตติ จะถือเอาความสะดวกของรัฐบาลไม่ได้ เพราะคือวาระสภา
ส่วนความสะดวกของรัฐบาล จะเป็นอย่างไรให้มาคุยกัน สาระสำคัญในการพูดคุย ต้องตั้งต้นว่ารัฐมนตรีถูกอภิปราย 18 คนฝ่ายค้านเตรียมผู้อภิปรายไว้เยอะมาก เปรียบได้ว่าเป็นครั้งหนึ่งที่มีจำนวนผู้อภิปรายเยอะมากที่สุด ทั้งในแง่ของเวลาและจำนวนผู้อภิปราย จึงต้องบริหารสิ่งเหล่านี้
“ญัตตินี้เป็นญัตติของสภาฯ เป็นญัตติที่ฝ่ายค้านเข้าชื่อเสนอ ต้องเคารพผู้เสนอ เวลาเหมาะสมที่จะอภิปรายให้ครอบคลุมทั้ง 18 คน ต้องยืนยันว่า 5 วัน หากจะบอกว่าเอา 3 วัน แสดงว่าคุณรู้สึกไม่ปลอดภัย กังวล และเริ่มมั่นใจว่าการให้เวลากับฝ่ายค้านมากๆ อาจส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาลได้ ดังนั้นต้องพูดคุยกันก่อน ไม่ใช่การหักคอกันหรือบังคับกัน การทำแบบนี้ไม่แตกต่างกับการหลีกหนีการตรวจสอบของฝ่ายค้าน” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมขุนพลผู้อภิปรายนั้น เราเตรียมไว้เยอะมาก แบบจัดหนักจัดเต็ม และยอมรับว่าข้อมูลการอภิปราย ซึ่งบางส่วนอาจจะเคยเห็น และบางส่วนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน ข้อมูลทั้ง 2 ชุด มั่นใจว่าสามารถเอาผิดนักการเมือง ไม่ว่ารัฐมนตรีหรือฝั่งรัฐบาลได้หากกฎหมายบ้านเมืองเราเป็นปกติ
ทั้งนี้ ตนขอใช้โอกาสนี้แจ้งต่อเพื่อน สส.ทุกคนว่า เรียกร้องมโนธรรมสำนึกจากเพื่อน สส. ทุกคน และตั้งคำถามว่าสภาพประเทศในขณะนี้ จะปล่อยให้ระบอบสีน้ำเงินกินรวบโกยเรียบแบบนี้จริงหรือ จะปล่อยให้ระบอบสีน้ำเงินใช้อำนาจแบบเหิมเกริม ใช้อำนาจโดยไม่ได้แคร์หลักนิติรัฐ เศรษฐกิจ การบริหารประเทศหรือประชาชน คิดแต่พวกพ้องเครือข่ายทำเป็นกระบวนการ แบบนี้ปล่อยได้จริงๆ หรือ
“ผมคิดว่าวันนี้สิ่งที่ต้องการทำให้ทุกคนได้เห็นคือประเทศไทยไม่ไหวแล้ว จึงเตรียมพยานหลักฐานข้อมูลต่างๆ ชี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ดังนั้น เราทำงานเต็มที่เพื่อเตรียมการมาสักระยะ ฝ่ายค้านจะมีการเปิดเผยภาพรวมแน่นอน
ส่วนกระบวนการในวันนี้ ย้ำว่าเราเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดี และมั่นใจในพยานหลักฐาน ซึ่งรัฐมนตรีแต่ละคนที่ถูกอภิปราย บางคนอาจจะมี สส.ร่วมอภิปรายเยอะ เพราะมีเรื่องเยอะที่ต้องสะสางพูดคุย” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่ารัฐมนตรีแต่ละคนที่จะถูกอภิปราย เวลาไม่เท่ากันใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่เท่ากัน นั่นหมายความว่าเป็นสิ่งที่นายภราดรจะต้องคิดเหมือนกัน หากมาบีบเวลาเรา รัฐบาลกะเวลาว่าจะไม่ชี้แจงอะไรเลยหรือ
แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้สนใจชี้แจง เพราะมั่นใจว่ามือคุณพอ แบ็คคุณใหญ่ อำนาจคุณมี หากคิดแค่นี้ และไม่ได้สนใจหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ไม่ได้สนใจความถูกต้องของบ้านเมืองนี้ เราจะปล่อยนักการเมืองแบบนี้ต่อไปจริงหรือ
ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าในการอภิปรายจะใช้ประเด็นฮั้ว สว. นำใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มีหน้าที่ยืนยันในตอนนี้ว่ามีประเด็นอะไรบ้าง แต่ทุกคนที่อ่านญัตติและเห็นประเด็น เชื่อว่าไม่มากก็น้อย พอคิดออกว่าจะมีประเด็นอะไรบ้างที่สำคัญ ซึ่งหลายประเด็นเป็นความเดือดร้อนของบ้านเมือง มีแน่นอนในการอภิปราย
ต่อข้อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าจะพุ่งเป้าอภิปรายที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพราะเป็นกล่องดวงใจของผู้นำจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องถามว่าเป็นกล่องดวงใจหรือไม่ หรือเป็นลูกนกในรังที่จะต้องได้รับการปกป้องหรือไม่ แต่สุดท้ายการพุ่งเป้าไม่ได้หยุดอยู่ที่เรา แต่อยู่ที่พยานหลักฐาน
“ยืนยันว่าการอภิปราย ไม่ใช่สไตล์ที่จะมาโวหาร น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง แต่จะนำพยานหลักฐานมาว่ากัน ไม่ได้คิดแค่ชั้นเดียว แต่คิดต่อถึงการดำเนินการหลังจากนั้น หากสมมติว่า เพื่อน สส.ในสภาฯไม่สนับสนุนเราพอ แต่หวังว่าเพื่อน สส.จะเห็นและใช้ประกายแห่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ที่อยู่ในจิตใจตัดสินเรื่องนี้ออกมาอย่างดีที่สุด” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดสรรเวลาผู้อภิปรายแต่ละคนหรือแต่ละพรรคนั้น ขึ้นอยู่กับเวลาที่จะได้มาว่าเป็นเวลาเท่าไหร่ในภาพรวม แต่มีผู้ที่ยื่นเจตจำนงอภิปรายครั้งนี้มีจำนวนมาก ซึ่งต้องขอเป็นกระบวนการภายในของพรรค ยังไม่เปิดเผย ย้ำว่าเราเตรียมการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ไม่แตกต่างจากยุคที่ผ่านมา และทุกอย่างอยู่บนข้อมูลพยานหลักฐาน