ทนายอั๋น ร้องกสม.หวั่นไม่ปลอดภัย หลังอ้างถูกสะกดรอยตาม พบ GPS ติดใต้รถ 2 เครื่อง ขอร่วมตร.สอบหาคนผิด พร้อมประสาน DSI คุ้มครองพยาน คดีอั้งยี่ฟอกเงินฮั้ว สว.

เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เขายื่นหนังสือต่อ กสม. ผ่าน นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม. เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานมาตรการคุ้มครองความปลอดภัย หลังอ้างว่าถูกกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายคุกคาม และสะกดรอยติดตามอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.69 ระหว่างเดินทางไปรายงานตัวที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ มีเหตุการณ์ทำให้สงสัยว่าถูกติดตาม ถูกแอบถ่ายภาพระหว่างไปติดต่อราชการที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

จนวันที่ 15 ต.ค. พบอุปกรณ์ติดตามพิกัด GPS Tracker จำนวน 2 เครื่อง ติดอยู่ใต้ท้องรถขณะนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าตรวจสอบในจ.นครราชสีมา จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 16 ต.ค. เพื่อให้ตรวจสอบที่มาของอุปกรณ์ และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องซึ่งอาจเป็นกลุ่มบุคคล เครือข่ายทางการเมืองหรือไม่อย่างไร

“ผมแจ้งความเพื่อให้เอาผิดคนที่ปรากฏชื่อเป็นเจ้าของซิมการ์ด มีชื่อระบุชัดเจน เป็นคนตำบลตาตุม อ.สังขะ จะ.สุรินทร์ ซึ่งเขาเปิดซิม 5 เบอร์และอาจเชื่อมโยงกับการเปิดซิมม้าหรือไม่อย่างไร หรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร ให้ทางกองปราบสืบสวนสอบสวนต่อไป” นายภัทรพงศ์ กล่าว

ส่วนที่ต้องมาร้องต่อกสม. เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุและเห็นว่าผู้กระทำต้องการที่จะเอาชีวิตของตน และได้ไปแจ้งความที่ตำรวจภูธรภาค 3 ติดตามคนร้าย ต่อมาทราบว่าคนร้ายไปที่สถานีตำรวจภูธรด้วย ตอนนั้นคิดว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มาเก็บข้อมูลไปรายงานผู้บังคับบัญชา แต่มาพบภายหลังว่ามีการมาถ่ายรูปตนแล้วอัพโหลดลงโซเชียลฯ โดยทำลักษณะนี้ 3 ครั้งในวันเดียวกัน

จึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรภาค 3 ว่าบุคคลนี้คือคนร้ายแต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆจึงต้องมาร้องต่อกสม.ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมในการสอบสวน สืบสวนร่วมกับสถานีตำรวจภูธรภาค 3 และที่กองปราบ รวมถึงคุ้มครองสวัสดิภาพให้กับตนโดยมีความเห็นเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“อย่างวันพุธนี้ผมจะไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)ไปขอคุ้มครองพยาน ผมเป็นพยานของ DSI ในคดีอั้งยี่ฟอกเงินฮั้ว สว. และคดีเขากระโดงลำรางสาธารณะ ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ทุกอย่าง ตัวอย่างง่ายๆ เช่นกรณีคุณกุสุมาลวตี ศิริโกมุท หรือเจ๊แมว ก็ได้รับการคุ้มครองจาก DSI ถ้าเทียบกับผมแล้ว คดีที่ผมทำคนละเรื่องกันเลย

ดังนั้นก็หวังว่า DSI หรือทางกสม. จะหาช่องทางวิธีการ หรือทำความเห็นเสนอแนบไปขอให้ DSI คุ้มครองผม และสุดท้ายให้กสม.ทำหนังสือไปยังกสทช.หรือหน่วยงานภาครัฐ ว่าการใช้อำนาจของรัฐเข้ามาเป็นกลไกแทรกแซงหรือมีส่วนในการทำเรื่องนี้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาผมทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐมาอย่างเข้มข้น” นายภัทรพงศ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน