โรม เย้ยพรรคน้ำเงินไร้สมานฉันท์ อย่าเพิ่งมองไกล ใช้เวทีซักฟอกเปลี่ยนเก้าอี้ให้‘กล้าธรรม’ ของมันยังไม่แน่นอน มั่นใจข้อมูลอภิปรายไม่ก้าวก่ายพรรคร่วม มีประสิทธิภาพแน่นอน รอคุยกรอบเวลาพรุ่งนี้ ยันไม่ยอมให้รัฐบาลเอาเปรียบ
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 20 ต.ค.2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเราทำงานแบบเคารพกันและกัน สิ่งสำคัญคือการบริหารเวลา โดยดูสัดส่วนของ สส.แต่ละพรรค บางพรรคอาจจะมีสส.ไม่มากก็อาจจะได้เวลาไม่เยอะ
ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลว่าเวลาพูดถึงเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราให้ความสำคัญกับการอภิปราย 5 วันอย่างมาก เพราะจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายและผู้ที่จะอภิปรายค่อนข้างเยอะ เราจึงต้องบริหารเวลาอย่างดีที่สุด ส่วนการจัดคนอภิปรายของพรรคประชาชน ขอพูดในภาพรวมว่าครอบคลุมทุกประเด็น
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนหัวข้อการอภิปราย เรายังถือว่าเป็นเรื่องลับ อาจจะได้เห็นในการอภิปราย ซึ่งไม่ได้ไปนั่งไล่ถามว่าคนนั้นคนนี้จะอภิปรายเรื่องอะไร เราถือว่าแต่ละพรรค มีวุฒิภาวะ และเราเชื่อมั่นว่าจะทำหน้าที่ให้สมกับความไว้วางใจของประชาชนที่เฝ้ารอดูอยู่ แต่อาจมีบางประเด็นที่ต้องพูดคุยกัน เพื่อให้การทำหน้าที่ออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะใช้ข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกัน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องซ้ำกัน หรือเป็นเรื่องที่ไม่มีประสิทธิภาพ รัฐบาลก็ชี้แจงง่ายแล้วจะกังวลอะไร ถ้ารัฐบาลรู้สึกว่าเรื่องที่ฝ่ายค้านพูดไปไม่มีประเด็นอันเป็นสาระ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะประชาชนจะด่าฝ่ายค้านเอง
แต่วันนี้รัฐบาลพยายามพูดเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา เพราะรู้ว่า น้ำหนักที่ฝ่ายค้านจะพูดในการอธิบายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีสูงมากและอาจสร้างผลสะเทือนต่อรัฐบาล ดังนั้น การที่รัฐบาลพยายามแสดงว่าไม่ต้องห่วงเรื่องการโหวต มีเสียงแน่น และทุกคนอยู่ในไลน์การสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งทำให้ประชาชนมองว่าเป็นการดิ้นและไม่นิ่งพอ
“เรายืนยันว่าเราทำหน้าที่ตรงไปตรงมา บางเรื่องอาจจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่สาระ และประเด็นอาจจะไม่เหมือนกัน ดังนั้น การอภิปรายครั้งนี้มีประสิทธิภาพแน่นอน ส่วนจะนำไปสู่ผลของการดำเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่ มันยังมีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดเรามั่นใจในข้อมูลเอกสารทั้งหมด ไม่ใช่พูดแบบน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่ามองว่ารัฐบาลจะใช้เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในการเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรีเพื่อดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคกล้าธรรมนั้นต้องรอดูก่อน เพราะเวลาเราจับสัญญาณเรื่องนี้ ตนไม่ค่อยมั่นใจว่าเพื่อนสส.ข้างสีน้ำเงิน จะแฮปปี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ ตนไม่ขอลงรายละเอียดเพราะเดี๋ยวคนที่ให้ข้อมูลกับตนจะเดือดร้อน
แต่ตนคิดว่ามีกระบวนการบางอย่างที่ไม่ได้เป็นความสามัคคี หรือสมานฉันท์ในฝ่ายสีน้ำเงินแน่ๆ แต่ต้องดูก่อนว่า สุดท้ายแล้วพรรคกล้าธรรมของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเข้าไปร่วมได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะตัดสินใจอย่างไร
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับเราเรื่องนี้ต้องรอดู เราขอให้ความสำคัญกับเนื้อหาการอภิปรายและทำให้การอภิปรายครั้งนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนใครจะจับมือกับใคร จะโยกย้ายใคร อย่าเพิ่งไปคิดถึงตอนนั้น เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจของฝ่ายค้านที่จะไปดำเนินการอะไรได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าแคมเปญพรรคประชาชนคือ “กินรวบ รวยแล้วหรือยัง บริหารประเทศรายวัน” ดูเบาไปหรือไม่เมื่อเทียบกับแคมเปญของพรรคประชาธิปัตย์ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ยังไม่ใช่แคมเปญของพรรคประชาชน ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะอภิปรายเมื่อไหร่
การจะฉายภาพให้ชัดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ขอให้รอติดตาม คงไม่จำเป็นต้องรีบในตอนนี้ เพราะยังไม่รู้อะไรเลย แต่จะมีการพูดคุยกันใน วันที่ 21 ต.ค.และคิดว่ายังต้องมีการคุยต่อ ซึ่งแน่นอนว่าเราจะไม่ยอมให้ฝ่ายรัฐบาลเอาเปรียบ