ภาคประชาชน ขอ ‘เท้ง’ ซักฟอกเพิ่มปม ‘อนุทิน’ แก้กฎหมายภาษีบาปหวังกินรวบประเทศ-เอื้อนายทุนน้ำเมา-บุหรี่ ปชน.เด้งรับ ชี้ผลกระทบเกิดขึ้นวงกว้าง
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 21 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา ภาคประชาชน ยื่นหนังสือถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน เพื่อขอให้แสดงจุดยืนคัดค้านและผลักดันให้รัฐบาล และพรรคภูมิใจไทย ถอนร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวข้องกับ 4 องค์กร ที่ได้รับงบตรงจากภาษีเฉพาะจากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบริษัทบุหรี่ หรือภาษีบาป โดยมีน.ส.ณัฐยา บุญภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นตัวแทนรับมอบ
ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลยื่นร่างกฎหมาย ปรับเปลี่ยนการรับงบประมาณของ 4 องค์กร จากที่ได้งบตรงจากภาษีบาปนั้น จะกระทบกับการทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค และความเป็นอิสระของสื่อ
จึงขอเรียกร้องไปยังพรรคประชาชน 4 เรื่องคือ 1.ขอให้แสดงจุดยืนคัดค้านร่างแก้ไขกฎหมาย และขอให้ผลักดันให้รัฐบาลถอนร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ออกจากการพิจารณา
2.ขอเรียกร้องให้มีการใช้กลไกการปฏิรูปโครงสร้างองค์กร โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วน รวมถึงภาคประชาชนสังคม และเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบสร้างความโปร่งใส ไม่ลดทอนความเป็นอิสระ
3.ขอให้พิจารณา โดยเน้นความสำคัญของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแรงงานที่ต้องการการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง
4.ขอให้พรรคประชาชนพิจารณาอย่างเร่งด่วนในประเด็นผลกระทบทางด้านสุขภาพ ความปลอดภัย ความมั่นคง ในสถานประกอบการ แรงงานนอกระบบ และแรงงานที่มีปัญหาสถานะบุคคล
ทั้งนี้ หวังว่าร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะถูกถอนออกจากการพิจารณาของสภาฯ
นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและความเป็นธรรม (We Fair) กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนการจัดสรรงบเท่านั้น แต่เกี่ยวกับการกระจายอำนาจ การรวมกลุ่มของประชาชนและกลไกสาธารณะต่างๆ
ในวันที่สังคมตั้งคำถามเยอะเกี่ยวกับ “ระบอบบสีน้ำเงิน” ทำให้เรากังวลว่าการแก้ไขกฎหมายรอบนี้เป็นลักษณะของการกินรวบประเทศนี้หรือไม่ รวมถึงจะมีการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนสุราและบุหรี่หรือไม่
ฉะนั้น จึงขอให้พรรคประชาชนในฐานะแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ใช้กลไกรัฐสภา ตรวจสอบร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงนี้ด้วย
ขณะที่ น.ส.ณัฐยา กล่าวว่า เราจะรับหนังสือร้องเรียนนี้ไปหารือกันต่อไป ทั้งนี้ยอมรับว่า มีประชาชนแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย สะท้อนให้เห็นว่ามีผลกระทบกับสังคมในวงกว้าง จึงต้องร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ