บุญรวี จี้ นายกฯ ฟันทุนเทา ลักลอบนำขยะพิษของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทำปุ๋ยคอก ขายให้เกษตรกร ในพื้นที่ชลบุรี-ระยอง หวั่นไทยกลายเป็นถังขยะพิษของโลก-ประเทศมะเร็ง
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย แถลงว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในจ.ชลบุรี และระยองว่า มีการลักลอบนำขยะพิษของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์จากจีน ขนส่งมาทำลายด้วยการฝังกลบ ในเขตนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ของชลบุรี และระยอง
ล่าสุด มีการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นโกดังของบริษัท อี้ฟง อินดัสเทรียล จำกัด อ.บ้านบึง ซึ่งพบขยะบดย่อยผสมดิน เตรียมขายในรูปของปุ๋ยคอกให้เกษตรกร น้ำหนักรวม 300 ตัน
และที่อ.พัฒนานิคม ระยอง มีการลักลอบใส่ตู้คอนเทนเนอร์ส่งจากจีนมาซุกไว้ที่โกดังหมายเลข 14 ของบริษัทระยองอินดัสเทรียล จำกัด มีปริมาณเท่าภูเขาย่อมๆ สูงท่วมหลังคา ถือเป็นหันตภัยมืดที่กัดเซาะผืนแผ่นดินไทย ที่ต้องจัดการก่อนสายเกินแก้
นายบุญรวี กล่าวต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น มีกลุ่มทุนสีเทาอยู่เบื้องหลัง ซึ่งสร้างความเสียหายในพื้นที่จ.ชลบุรีและระยองอย่างรุนแรง ทำให้ประเทศไทย กลายเป็น ถังขยะพิษของโลกไปแล้ว
ขบวนการเหล่านี้อาศัยช่องทางผ่านท่าเรือ เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง โดยใช้กลโกงสำแดงรายการในตู้คอนเทนเนอร์เป็นเศษโลหะ วัตถุดิบรีไซเคิล หรือเศษเหล็ก เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ก่อนลำเลียงเข้าสู่โกดังปลายทางในพื้นที่ภาคตะวันออก จนกลายเป็นมหันตภัยร้ายที่คุกคามสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน
จากที่ต้องทนทุกข์กับฝุ่นพิษ กลิ่นเหม็น และความเสี่ยงเรื่องสารพิษโลหะหนัก ทั้งตะกั่ว แคดเมียม ปรอท รั่วไหลซึมลงสู่ดิน และแหล่งน้ำใต้ดิน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรม และวิถีชีวิตของประชาชน และที่น่ากลัวที่สุดสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างในขณะนี้ คือ พบพฤติกรรมที่มีการนำกากขยะพิษมาผสมกับดิน ออกวางขาย ในรูปของปุ๋ยคอกขายให้กับกษตรกร
จากการตรวสอบพบว่าทำกันมานานแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก คือ เมื่อเกษตรกรหลงเชื่อ นำปุ๋ยคอกดังกล่าวไปใช้กับพืชผลการเกษตร สารพิษอันตรายและสารหนูจะซึมลงสู่ชั้นดิน แพร่กระจายไหลลงสู่แหล่งน้ำ กระทบทำลายระบบนิเวศอย่างรุนแรง ทำให้น้ำเปลี่ยนสี ส่งกลิ่นเหม็นเน่าเสีย เป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคตะวันออกในขณะนี้
ขณะเดียวกัน ประชาชนที่ใช้น้ำอุปโภค บริโภค หรือทำการเกษตรจะได้รับสารพิษสะสมเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง ทั้งโรคผิวหนัง เจ็บป่วยเรื้อรัง ตลอดจนความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็ง
นายบุญรวีกล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องไปยังนายกฯ และหน่วยงานรัฐทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมขบวนการทุนจีนสีเทา เพื่อดำเนินคดี ยึดทรัพย์และเนรเทศออกจากประเทศ รวมถึงจัดการกับผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดโดยด่วนอย่างเด็ดขาด
พร้อมทั้งสกัดกั้นการนำเข้าและการกระจายตัวของสารพิษอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องชีวิตทรัพย์สิน และอนาคตสิ่งแวดล้อมไม่ให้ไทยกลายเป็นถังขยะพิษของโลก และควรทำเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับประชาชน ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกรเท่านั้น เพราะหากสารพิษก่อมะเร็งเหล่านี้ลงดินอาจกระจายไปทั่วประเทศ จนกลายเป็นประเทศมะเร็ง