โฆษก เผยอัยการสูงสุด สั่งตั้งคณะทำงานร่วมสรรพากร ลุยสอบฟ้องล้มละลาย‘ทักษิณ’แล้ว หลังอดีตปชป. บุกจี้เร่งคดี-ขอศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ทวงหนี้ภาษี 1.7 หมื่นล้าน ก่อนหมดอายุความ มี.ค. 70
เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุดศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางมายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด (อสส.) ขอให้เร่งรัดการดำเนินคดีล้มละลายกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
โดยอ้างอิงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (2) และมาตรา 10 เพื่อติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรที่ 6890/2568 จำนวนกว่า 17,000 ล้านบาท
โดยระบุการกระทำของจำเลยในคดีนี้ มีเจตนาพลางซ่อนเร้นการถือหุ้น และการขายหุ้นดังกล่าวเพื่อหลีกหนี การชำระหนี้ภาษีอากรแก่รัฐ อันเป็นพฤติการณ์ร้ายแรง ประกอบกับคดีจะหมดอายุความ วันที่ 27 มี.ค. 2570 เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ ในการติดตามยึดทรัพย์สิน ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาชำระหนี้ให้ถูกต้องครบถ้วน
จึงขอให้สำนักงานอัยการสูงสุด เร่งรัดการฟ้องคดีล้มละลายโดยเร็วที่สุด พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในทันที อันเป็นการป้องกันความเสียหายแก่รัฐ จากความพยายามของจำเลยที่พยายามจะยืดเวลาคดีออกไปจนพ้น ระยะเวลาการบังคับชำระหนี้ภาษีอากร
ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเรื่องนี้ กรมสรรพากร ได้ส่งเรื่องนี้มาที่สำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันสิ้นปีงบประมาณ มีการเปลี่ยนผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด
เมื่อนายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด รับตำแหน่ง ได้มีคำสั่งให้สำนักงานอัยการคดีล้มละลาย และอธิบดีอัยการสำนักงานคดีล้มละลาย สั่งตั้งคณะทำงาน มีรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีล้มละลาย เป็นหัวหน้าคณะทำงาน พิจารณาสำนวนจะเป็นรูปแบบของคณะทำงาน
โดยเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุม ร่วมกันระหว่างสำนักงานอัยการคดีล้มละลาย กับกรมสรรพากร ซึ่งคดีนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะตั้งแต่รับเรื่องมา ทางสำนักงานอัยการสูงสุดก็เร่งรัดและอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ
ส่วนผล ก็ต้องดูการพิจารณาของคณะทำงานที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้ ไม่ว่าอัยการจะมีคำสั่งอย่างไรจะดำเนินคดีหรือไม่ ทุกอย่างไม่ว่าข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย ทางสำนักงานอัยการสุดสามารถชี้แจงแสดงเหตุผลให้กับประชาชนรับทราบต่อไป