“รักชนก” เดือด! ซัด “ศุภชัย” ละอายใจบ้างหรือไม่ ชงประธานสภา เรียกหารือขอบเขต กมธ. ชี้ จํากัดอำนาจตรวจสอบรัฐบาล ลั่น จะกินรวบทุกอย่างเลยหรือ
เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 21 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมประธานกรรมาธิการ (กมธ.) 35 คณะ หารือขอบเขตอํานาจหน้าที่ของคณะกมธ.
สืบเนื่องจากกรณีมีหนังสือของนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร้องเรียน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ.การกฎหมายฯ ซึ่งบรรจุวาระเรียก น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ให้ข้อมูลกับกมธ. โดยไม่ขอมติจากที่ประชุม
น.ส.รักชนก กล่าวว่า การเรียกมาพูดคุย ซึ่งตนจะใช้คำว่า เป็นการจำกัดอำนาจในการทำงานของ กมธ. ตนไม่ทราบว่าเป็นจุดประสงค์แบบนั้นหรือไม่ แต่วาระวันนี้ที่บรรจุขึ้นมา คือ นายศุภชัยไม่พอใจที่สภาจะใช้อำนาจในการตรวจสอบ สส.ฟากฝั่งรัฐบาล เพื่อที่จะขอให้ประธานสภาฯ จำกัดอำนาจในการทำงาน และอำนาจในการตรวจสอบของ กมธ.
ในที่ประชุมมีการโต้แย้งกันในหลายๆ ประเด็น เริ่มตั้งแต่อำนาจในการบรรจุวาระการประชุมเป็นของใคร ซึ่งจริงๆ แล้ว ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า การบรรจุวาระการประชุม หรือการเรียกประชุม เป็นอำนาจของประธานสภาฯ โดยการประชุม กมธ. ก็อนุโลมให้ใช้ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ
แต่วันนี้พยายามที่จะบิดเบือนว่า ไม่สามารถใช้แบบนั้นได้ จะต้องขอเป็นมติที่ประชุม ทั้งที่เสียงข้างมากเป็นเสียงของรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่ว่ากมธ.ไหน จะชุดวิสามัญ หรือชุดสามัญ เป็นของรัฐบาลอยู่แล้ว ในอนาคตหากรัฐบาลไม่ให้ประชุม กมธ. ก็ไม่ต้องประชุมกันแบบนั้นหรือ
“ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้คำว่าอะไร ท่านจะกินรวบมันทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศนี้เลยหรือ ท่านจะเอาทั้งสภาสูง สว. ก็เป็นที่รู้กันว่า ท่านสามารถที่จะทำอะไรได้ สภาล่าง ท่านก็มีเสียงข้างมากในสภาอยู่แล้ว ท่านมีอำนาจในฝ่ายบริหาร
และใครๆ ก็รู้ว่า ท่านสามารถที่จะมีอำนาจโน้มน้าวใจองค์กรอิสระได้ ตอนนี้ฝ่ายค้านเหลือแค่กลไกเดียว คือ กรรมาธิการ ท่านก็ยังจะเอาอีกหรือ ยังจะใช้อำนาจในการที่ท่านมีเสียงข้างมากมาจำกัดการทำงานของกรรมาธิการอีกหรือ” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวว่า การที่นายศุภชัยระบุว่า ไม่เห็นด้วยในการบรรจุวาระซ่อนเร้น ยกตัวอย่าง เรื่องที่ กมธ.ติดตามงบฯ พิจารณาเรื่อง TH-AI Passport ร่วมกับ กมธ.กฎหมายฯ และหลายๆ กมธ.ที่มาตรวจสอบเรื่องโกงสอบท้องถิ่น นายศุภชัยไม่พอใจที่มีหลาย กมธ. มาตรวจสอบรัฐบาลพร้อมๆ กัน และไม่พอใจที่ กมธ. จะตรวจสอบ น.ส.สุชาดา ซึ่งเชิญไปก็ไม่มาด้วยซ้ำ ท่านเลยจะมาบรรจุวาระแบบนี้ เพื่อให้ประธานสภาฯ จำกัดอำนาจการทำงานของ กมธ.
“สำหรับดิฉัน คุณศุภชัยท่านต้องมีความละอายแก่ใจบ้าง วาระซ่อนเร้นที่ท่านพูดมาทั้งหมด เป็นวาระการตรวจสอบรัฐบาลทั้งสิ้น ถ้าท่านจะบอกว่า การตรวจสอบรัฐบาลเป็นวาระซ่อนเร้น หรือการเอาความจริงมาตีแผ่ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลใช้อำนาจ ใช้งบประมาณอย่างไร เป็นวาระซ่อนเร้น ดิฉันคิดว่า ท่านควรพิจารณาตัวเองให้หนักว่า เกียรติและศักดิ์ศรีแห่งการเป็นผู้แทนราษฎรของท่าน ยังมีเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ มีเหมือนตอนที่ขอคะแนนพ่อแม่พี่น้องประชาชนเข้ามายืนอยู่ตรงนี้หรือไม่” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ประชาชนอาจไม่ทราบว่า ตอนนี้เขาพยายามที่จะจำกัดทุกสิ่งทุกอย่าง สภาสูงเป็นของเขา อำนาจในสภาล่าง เสียงข้างมากก็เป็นของเขา องค์กรอิสระโน้มน้าวจิตใจได้ อำนาจบริหารก็เป็นของท่านหมด จะออกกฎหมาย จะใช้งบประมาณ จะทำสิ่งต่างๆ อำนาจเป็นของท่านหมด เหลือแค่ กมธ.อย่างเดียว ที่ใช้ในการตรวจสอบ ท่านก็ยังจะไม่ให้อีกหรือ
เป็นการลุแก่อำนาจที่เกินไปมากๆ ประชาชนที่อาจจะไม่ได้ติดตามวาระการประชุม ณ ขณะนี้ ขอให้ทราบไว้ว่าการประชุมวันนี้ เป็นการประชุมที่ริดรอน ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะลดอำนาจตัวแทนของประชาชน ฝ่ายค้านเราเหลืออยู่หนึ่งเดียวแล้ว คืออำนาจตรวจสอบใน กมธ. เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก สิ่งสุดท้ายที่ฝ่ายค้านจะสามารถใช้ได้ ท่านก็ยังจะไม่ให้ใช้หรือ
เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายรัฐบาลให้เหตุผลว่ามีความซ้ำซ้อนกัน ฟังขึ้นหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า กมธ.มี 35 คณะ ถ้าท่านอยากจำกัดการทำงานของทุกๆ กมธ. สิ่งที่ควรจะทำไม่ใช่การมาเรียกประชุมวันนี้ แต่คือการแก้ระเบียบข้อบังคับการประชุมสภา ควบรวม กมธ. จาก 35 คณะ ให้เหลือแค่ 20 คณะ ตามกระทรวง หรือจะบวกเพิ่มองค์กรอิสระ สภา หรืออะไรก็ตาม แต่นี่เป็นการเรียกได้ว่า ทำให้อำนาจคลุมเครือ
“ถ้าท่านเห็นใจข้าราชการในแบบที่ท่านพูดจริงๆ ท่านต้องออกไกด์ไลน์ในการประชุมร่วมของ กมธ. มา ว่าทำอย่างไรให้มันง่าย ทุกวันนี้ปัญหาของ กมธ. คือหลายๆ กมธ. เชิญมาแบบซ้ำซ้อน ตัวแทนจากพรรคประชาชนยินดีที่จะประชุมร่วมกับทุก กมธ. ไม่ว่ามาจากพรรคไหน เรายินดี แต่คนที่ไม่ยินดี คือฟากฝั่งรัฐบาล เวลาจะประชุมอะไรที่เป็นการตรวจสอบฟากฝั่งรัฐบาล ท่านจะไม่เอาเลย แม้กระทั่งการบรรจุวาระการประชุมเข้ามาแล้ว เขาไม่มาชี้แจงด้วยซ้ำ ท่านก็ยังจะไม่ให้บรรจุเลย” น.ส.รักชนก กล่าว
เมื่อถามถึงบรรยากาศในที่ประชุมซึ่งมีการปิดไมค์ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า ท่านประธานบอกจะให้หารือในที่ประชุมว่า เราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร เพราะสภาแห่งนี้เราจะต้องคุยกัน เพื่อหาช่องทางตรงกลางว่า ประธาน กมธ.ทุกคน หรือ สส. จะอยู่ร่วมกันอย่างไร แต่สุดท้ายประธานปิดประชุม แล้วก็หนีไปก่อน
“ดิฉันยังไม่ทันหารือเลย ที่ท่านศุภชัยมีปัญหามากกับการที่ กมธ.กฎหมาย ประชุมร่วมกับ กมธ.ติดตามงบ พิจารณาเรื่อง TH-AI Passport แต่ท่านไม่เคยมีปัญหาเลยที่ประธานกมธ.ของพรรคภูมิใจไทย 5 คณะ ลงไป จ.ภูเก็ต พร้อมๆ กัน ช่วงเวลาเดียวกัน
โอ้โห แย่งกันทำผลงาน แย่งกันเอาใจนาย ตอนนั้นไปกัน 5 คณะ แล้วยังใช้งบประมาณของสภา ทั้งบินเครื่องบิน ยกคณะไป แทนที่จะไปแค่คณะเดียว หรือประชุมร่วมกัน แบบนี้สร้างภาระให้กับฝ่ายเลขา สร้างภาระให้กับงบประมาณ ดิฉันไม่เคยเห็นท่านมีปัญหาเลย แต่ท่านจะมีปัญหาก็แค่เรื่องวาระที่ตรวจสอบรัฐบาลแค่นั้นเอง” น.ส.รักชนก กล่าว
เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้จะสามารถเรียกร้องอะไรได้อีกหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า สำหรับพรรคประชาชน เราไม่เห็นด้วยกับการกลั่นแกล้งกันในเรื่องของจริยธรรม แต่ตนคิดว่าพรรคที่เคร่งมากเรื่องจริยธรรมนั้น ต้องตรวจสอบกันเองหนักๆ เลย พอถึงเวลาที่ สส.พรรคตัวเองถูกตรวจสอบแล้วอยากจะมาเปลี่ยนแปลงแก้ไขกระบวนการ เพื่อทำให้พรรคตัวเองไม่ถูกตรวจสอบ เพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ คนแบบนี้มีจริยธรรมหรือไม่ ประชาชนต้องวิพากษ์วิจารณ์และตัดสิน
เมื่อถามว่าจะเรียกร้องอย่างไรต่อไป เพราะพรรคประชาชนเป็นเสียงข้างน้อยอยู่แล้ว น.ส.รักชนก กล่าวว่า เราคงต้องบอกให้ประชาชนรู้ว่า มีกระบวนการนี้เกิดขึ้น ถ้าท่านจะเอาอำนาจสุดท้าย ช่องทางสุดท้ายที่จะใช้ตรวจสอบรัฐบาลไปจากฝ่ายค้าน ตนคิดว่าประชาชนต้องรู้ คือจะเอาทุกอย่างในแผ่นดินนี้บนประเทศนี้เลยหรือ ท่านจะเอาทุกอำนาจไปให้หมด ไม่ให้ถูกตรวจสอบ ไม่ให้ฝ่ายที่ตรวจสอบท่านทำอะไรได้เลยหรือ
เมื่อถามว่า จะฝากอะไรถึงนายศุภชัยหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ขอฝากไปถามว่า ที่ท่านทำมาท่านไม่อายหรือ ท่านไม่ละอายแก่ใจหรือ เพราะสส.ฟากฝั่งรัฐบาลถูกตรวจสอบ ท่านเลยขอให้บรรจุวาระนี้ขึ้นมา เพื่อให้สภาจำกัดอำนาจของตัวเอง ท่านมีความละอายแก่ใจบ้างหรือไม่ ตนก็ได้ถามท่านไปแล้วในห้อง แต่ท่านก็ไม่ได้ตอบ ถ้ามีโอกาสเจอก็ฝากให้ท่านตอบด้วยว่า ท่านได้ละอายแก่ใจบ้างหรือไม่ในเรื่องนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวขอถามถึงประเด็นของ น.ส.สุชาดา ที่ น.ส.รักชนก ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดย น.ส.รักชนก กล่าวว่า “เอาแค่เรื่องนี้พอ ถ้าไม่มีเรื่องในห้องประชุมแล้ว ไปแล้วนะคะ” ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง น.ส.รักชนก เดินออกจากวงสัมภาษณ์ ได้เดินไปคุยกับกลุ่ม สส. ของพรรคประชาชนต่อ ด้วยท่าทีและน้ำเสียงไม่พอใจในผลการประชุมในการตีความข้อกฎหมายอำนาจของประธานกมธ.จากฝั่งรัฐบาลครั้งนี้