‘ลิณธิภรณ์’ ชูลูกเสือยุคใหม่ ต้องไม่หยุดอยู่แค่ทักษะเดิม เสริมนำ AI มาใช้ เสนอสร้างเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์ “หนึ่งกองลูกเสือ หนึ่งเครือข่ายพิทักษ์ชุมชน”
วันที่ 28 ต.ค.2569 น.ส.ลิณธิภรณ์ วรินวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนนโยบายและแนวทางการดำเนินงาน ร่วมกับผู้บริหารสำนักงานลูกเสือจังหวัดและผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการศึกษา
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญว่า เราจะทำอย่างไรให้กิจกรรมลูกเสือเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของเด็กและเยาวชนได้มากขึ้น โดยเฉพาะการนำภารกิจของ ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัย มาทำงานร่วมกับกิจกรรมลูกเสือ เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องความปลอดภัย การช่วยเหลือผู้อื่น และการดูแลสังคมตั้งแต่ในวัยเรียน อยากเห็นลูกเสือไทยก้าวทันโลก โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน จึงได้เสนอให้ส่งเสริม 7 ทักษะสำคัญสำหรับลูกเสือยุคใหม่
รู้จักใช้ AI อย่างเข้าใจและปลอดภัย
1.มีทักษะเอาตัวรอดทั้งในชีวิตจริงและโลกออนไลน์
2.รู้จักเห็นอกเห็นใจและทำงานร่วมกับผู้อื่น
3.คิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูล ไม่เชื่อทุกอย่างที่เห็น
4.ใส่ใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5.กล้าคิด กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
6.มีวินัย ซื่อสัตย์ และเป็นผู้นำที่มีคุณธรรม
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวอีกว่า อีกแนวคิดที่อยากผลักดัน ให้เกิดการนำนโยบายไปสู่การปฎิบัติที่แท้จริง คือการเน้นการสร้างเครือข่าย “หนึ่งกองลูกเสือ หนึ่งเครือข่ายพิทักษ์ชุมชน” กองลูกเสือได้มีโอกาสทำกิจกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือชุมชน การเรียนรู้เรื่องภัยออนไลน์ หรือการทำงานจิตอาสา โดยมีครูและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
วันนี้โลกเปลี่ยนไปมาก ทักษะที่เด็กต้องใช้ก็เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ไม่ควรเปลี่ยน คือหัวใจของความเป็นลูกเสือ ทั้งความมีระเบียบวินัย ความเสียสละ ความซื่อสัตย์ และการช่วยเหลือผู้อื่น
“ลูกเสือในอดีต ฝึกเพื่ออยู่รอดในธรรมชาติลูกเสือในวันนี้ ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนแปลง และลูกเสือในอนาคต ต้องเป็นคนที่ใช้เทคโนโลยีเป็น โดยไม่ทิ้งคุณธรรม” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว.

