วันที่ 2 พ.ย.2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาและธรรมาภิบาล : วันแห่งคุณธรรมและจริยธรรม (Morality & Ethics Day) ประจำปี พ.ศ. 2569 และพิธีเชิดชูเกียรติและมอบเกียรติบัตรแก่ข้าราชการรัฐสภาผู้ได้รับการรับรองคุณสมบัติ และสำนักที่มีผลงานด้านการส่งเสริมการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและความโปร่งใสผ่านเกณฑ์การประเมินของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
นายโสภณ กล่าวว่า การได้รับการยกย่องด้านคุณธรรมและจริยธรรมถือเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีที่มีคุณค่าสูงกว่าเกียรติยศทั่วไป เพราะคุณธรรมคือความดีงามภายในจิตใจ แม้เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่จะแสดงออกผ่านความประพฤติหรือจริยธรรม ทั้งการคิดดี พูดดี และทำดี โดยคุณธรรมเป็นสิ่งกำกับให้บุคคลประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง
แม้ปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มนุษย์สามารถพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมถึงเทคโนโลยีสำรวจอวกาศได้ แต่ความดีงามภายในจิตใจของมนุษย์ยังไม่สามารถใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์วัดและเปรียบเทียบกันได้โดยตรง จึงต้องอาศัยความประพฤติและการกระทำเป็นสิ่งประกอบการพิจารณา
“เสียดายที่นักวิทยาศาสตร์เขายังคิดไม่ได้ว่าใครดี ใครชั่วกว่ากัน ทุกอย่างเก่งหมด เราสามารถทำ AI สามารถไปถึงดาวอังคาร สามารถเอาคนไปอยู่นอกโลก แต่มนุษย์ไม่สามารถวัดความดีกันได้จากข้างใน เขาจึงเอาตัวความประพฤติมาตัดสิน” นายโสภณกล่าว

ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 7-8 เดือนที่เข้ามาบริหารงาน ได้มุ่งพัฒนารัฐสภาเพื่อประโยชน์ให้กับองค์กรนิติบัญญัติ และสิ่งสำคัญที่พยายามผลักดันคือ การสร้างความสามัคคี ทั้งในระดับผู้บริหารและบุคลากร โดยผู้บริหารของทั้งสองสภาต้องเป็นแบบอย่างให้ข้าราชการเห็น เพราะหากผู้บริหารยังไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ก็ยากที่จะสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่บุคลากร
นายโสภณ กล่าวต่อว่า ต้องการร่วมกันสร้างรัฐสภาให้เป็นองค์กรที่ข้าราชการมีเกียรติและศักดิ์ศรีจากความประพฤติ ไม่ใช่เพียงคำพูด แต่ต้องแสดงให้สังคมเห็นผ่านการกระทำ โดยตนจะพยายามปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ประกาศไว้ให้เต็มความสามารถ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้บริหารและข้าราชการรัฐสภาทุกคน เพื่อร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน