“ปกรณ์” เผย ยังไม่มีรายงานคณะกลั่นกรอง ปมคำร้อง “ทักษิณ” ยํ้า ยังไม่เห็นเอกสาร ยัน ดูมิติกฎหมาย ไม่ใช่การเมือง ปัดตอบ เข้าเกณฑ์หรือไม่ ระบุ บอร์ดชุดใหญ่ เห็นแย้ง คณะอนุฯ ได้
3 พ.ย. 69 – ที่ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จ.อุดรธานี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข
กล่าวถึงกรณีการประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรอง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มีการรายงานถึง กรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยื่นขอนิรโทษกรรม หรือไม่ว่า
ขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงาน เพราะในการทำงานของ คณะกรรมการชุดใหญ่ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อกลั่นกรองเรื่องที่มีการยื่นคำร้องเข้ามา ว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ หากมีมติอย่างไร ก็จะส่งมาให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา
แต่เบื้องต้น ทั้งคำร้องหรือคำวินิจฉัยชี้ขาด ทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการ จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูล และนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการ
เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดใหญ่ สามารถเห็นต่างกับคณะอนุกรรมการได้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ได้ อยู่ที่ว่า ชุดใหญ่ จะมีมีมติอย่างไร
เมื่อถามว่า ได้มีการดูนอกรอบหรือไม่ว่า กรณีของ นายทักษิณ เข้าเกณฑ์หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรเลย ตนเห็นตามข่าวว่า จะมีการร้องเข้ามา รวมถึงมีหลายท่านยื่นคำร้องเข้ามาด้วย แต่ยังไม่เห็นรายละเอียด เพราะขณะนี้ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังรวบรวมอยู่
เมื่อถามว่า เงื่อนไขคดี มาตรา 112 ถือว่า นอกเกณฑ์หรือไม่ นายปกรณ์ ยืนยันว่า สำหรับคดีมาตรา 112 มีการเขียนไว้ชัดเจนในกฎหมายว่า เรื่องคดีทุจริต และคดีมาตรา 112 จะไม่อยู่ในเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ดังกล่าว
เมื่อถามว่า การที่มีชื่อ นายทักษิณ จะทำให้เป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่มี ตนก็ตรงไปตรงมา ตนไม่มีอะไร และไม่มีใครมาสั่ง หรือบอกอะไรทั้งนั้น ตนก็เจอจากข่าวแค่นี้
ส่วนจะเป็นประเด็นทางการเมือง ต่อหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องมิติทางการเมือง ตนไม่ทราบ ตนดูมิติทางกฎหมาย แต่ไม่น่าจะมี เพราะทุกคนก็จับตามองพวกตนอยู่เหมือนกัน ใครจะไปกล้าทำผิดกฎหมาย
เมื่อถามว่า หาก นายทักษิณ รู้แล้วว่า ไม่เข้าเกณฑ์ แต่ยังยื่นเข้ามา จะมีผลหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิ์ที่จะยื่นได้ ไม่ได้มีโทษ ใครคิดว่า เข้าเงื่อนไขก็ยื่นมาได้เหมือนกัน เราก็วินิจฉัยไปตามนั้น
เมื่อถามว่า หลังจากยื่นคำร้องแล้ว จะใช้เวลาพิจารณานานแค่ไหน นายปกรณ์ กล่าวว่า ต้องเข้าคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง หากมีมติก็ต้องดูว่ามีเหตุผลอย่างไร ก่อนจะนำเรื่องเข้า คณะกรรมการชุดใหญ่
เมื่อถามว่า การที่ นายทักษิณ ให้เหตุผลว่า คดีของตัวเองเกิดจากผลพวงการรัฐประหาร แบบนี้ถือว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่กล้าพูดตอนนี้ เพราะยังไม่เห็นเอกสาร เป็นกระแสข่าวที่ได้ยินมาอยู่แล้ว แต่ยังไม่เห็น ตนจึงยังไม่กล้าพูด และกล้าให้ความเห็น