“ภัสริน” ซัด โสภณ กินรวบโควตาตัวแทนไทย ในเวทีรัฐสภาอาเซียน กีดกันปิดกั้น ‘ฝ่ายค้าน’ ไม่ให้ไปร่วม AIPA ชี้ ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว ที่จะใช้อำนาจตามอำเภอใจ

4 พ.ย. 69 – น.ส.ภัสริน รามวงศ์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการคัดเลือกและแต่งตั้งคณะตัวแทนสมาชิกรัฐสภาไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-22 พฤศจิกายน 2569 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ไม่เพียงแต่จะพยายามลิดรอนอำนาจของประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เท่านั้น แต่ยังปรากฏพฤติกรรมขัดขวางและปิดกั้นความร่วมมือบนเวทีรัฐสภาระดับภูมิภาคอีกด้วย

น.ส.ภัสริน กล่าวต่อว่า ในการประชุม AIPA เมื่อปีที่ผ่านมา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และตัวแทนจากพรรคประชาชน ได้ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของรัฐสภาไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ

โดยเฉพาะการชี้แจงและตอบโต้ข้อถกเถียงกับตัวแทนจากฝ่ายกัมพูชา ในประเด็นสถานการณ์ความขัดแย้ง และการต่อสู้บริเวณแนวชายแดน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การมีตัวแทนที่หลากหลายร่วมเดินทางไปทำหน้าที่ สามารถรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.ภัสริน กล่าวด้วยว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติและหลักการที่ยึดถือกันมา คณะผู้แทนรัฐสภาไทย ที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมระหว่างประเทศ จะต้องประกอบด้วยสมาชิกรัฐสภา ทั้งจากฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และ สว. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานในระดับสากล

เพราะไม่ว่า จะสังกัดฝ่ายใด ทุกคนต่างมีสถานะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนไทย ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย

น.ส.ภัสริน กล่าวอีกว่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับการเตรียมความพร้อมไปประชุม AIPA ในปีนี้ เหตุใดประธานรัฐสภา จึงไม่มีการแต่งตั้งสมาชิกรัฐสภาจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เข้าร่วมเป็นตัวแทนของประเทศ แต่กลับมีเพียงรายชื่อของกลุ่มพวกพ้องและฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น

ทั้งนี้ การประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ Parliament Securing a Peaceful, Prosperous, and People-Centered ASEAN ซึ่งเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกันปราบปรามขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ การแก้ไขปัญหามลพิษและฝุ่นควันพิษข้ามแดน

การรับมือภัยคุกคามจากสารเคมีและสารพิษที่ปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำสายหลัก ตลอดจนปัญหาความรุนแรงในเด็กและการค้ามนุษย์ ซึ่งล้วนเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยและพลเมืองอาเซียนโดยตรง

น.ส.ภัสริน กล่าวต่อว่า การดำเนินงานที่ล่าช้าและขาดการมีส่วนร่วมของประธานรัฐสภา กำลังทำให้สังคมตั้งคำถามว่ามีการใช้เวทีระดับภูมิภาคมาเล่นเกมการเมืองหรือไม่ จนส่งผลให้ร่างข้อมติ (Resolution) สำคัญที่ประเทศไทย ควรจะได้นำเสนอและผลักดันในที่ประชุม ไม่สามารถบรรจุเข้าเป็นวาระการประชุมได้ทันตามกำหนดเวลา

ซึ่งไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะมาจากความตั้งใจปิดกั้นหรือความละเลยต่อหน้าที่ แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏชัดเจนในวันนี้คือ ประเทศไทยต้องสูญเสียสิทธิ และปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้รับการผลักดันบนเวทีสากล

น.ส.ภัสริน กล่าวด้วยว่า เวทีระดับภูมิภาคอย่างอาเซียนไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวที่จะนำอำนาจมาใช้ตามอำเภอใจหรือมุ่งจัดสรรโควตาให้แก่เฉพาะกลุ่มพวกพ้องของตนเอง สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้มีเพียงพรรคร่วมรัฐบาล และการกระทำในลักษณะกินรวบเช่นนี้ ถือเป็นการละเลยผลประโยชน์ของประเทศชาติและตัดโอกาสของพี่น้องประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน