รมว.ยุติธรรม ชี้คำร้องกลุ่ม สว.สำรอง เบรก‘ปิยะ’อธิบดีดีเอสไอ นั่งหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีอั้งยี่ฟอกเงินสว. ต้องชงเข้าบอร์ดคดีพิเศษ

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2569 จากกรณีกลุ่ม สว.สำรอง ยื่นหนังสือขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีขบวนการฮั้วการเลือกตั้ง สว.ระดับประเทศ หรืออั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เข้าที่ประชุมของคณะกรรมการคดีพิเศษ หรือบอร์ด กคพ. โดยไม่ให้ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีดีเอสไอคนปัจจุบัน รับหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว เพื่อให้ความเป็นธรรมในเรื่องของสำนวนการสอบสวนเรื่องนี้ โดยไม่เป็นการแทรกแซงคดี

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า คงต้องนำเข้าบอร์ดคดีพิเศษ แต่ในส่วนนี้ ต้องให้ดีเอสไอเป็นผู้ดำเนินการแล้ว พิจารณาในเรื่องของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษด้วยอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าร.ต.อ.ปิยะ จะไม่ได้เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ใช่หรือไม่นั้น รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า รายละเอียดเรื่องนี้ เป็นเรื่องภายในของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตนจึงไม่ทราบรายละเอียด ว่าในเชิงลึกถึงขนาดจะเปลี่ยนคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ต้องสอบถามไปทางดีเอสไอ

เมื่อถามว่าจะมีนโยบายต้องนำสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. มาตรวจสอบดูใหม่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา มีข้อครหาว่าคณะพนักงานสอบสวนอาจมีการข่มขู่พยาน หรือม ทำสำนวนโดยไม่ชอบหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เราต้องดูจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นหลัก ถ้าท้ายสุดแล้ว กกต.มีรายงานคำวินิจฉัยส่วนกลางอย่างไร มีการส่งศาลฎีกาฯ อย่างไร ดีเอสไอจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

เมื่อถามว่าดีเอสไอจะพิจารณาจำนวนผู้ต้องหาเพิ่มเติมในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จาก 8 คนแรกที่เคยสั่งฟ้องต่ออัยการคดีพิเศษหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า รายละเอียดในส่วนนี้ ต้องให้อธิบดีดีเอสไอเป็นผู้ชี้แจง เพราะเราก็ยังไม่ทราบรายละเอียดคำวินิจฉัยส่วนกลางของกกต. จึงยืนยันว่าต้องรอคำวินิจฉัยส่วนกลางของ กกต. ให้เสร็จสิ้นก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน