เปิดเบื้องลึก ‘ที่ประชุม กมธ.กฎหมาย’ งัด รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 สู้คำสั่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้ชัดขัดเจตนารมณ์การตรวจสอบ
วันที่ 5 พ.ย.2569 รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมกรรมาธิการกฎหมาย ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน วานนี้ (4 พ.ย.) ได้พิจารณาหนังสือเวียนแนวทางการดำเนินการของคณะกรรมาธิการฯ ที่มีเนื้อหาหนังสือแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่กำหนดไว้ 2 เรื่อง ประกอบด้วย
- การตีความขอบเขตหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการสามัญ
- การนัดประชุมของคณะกรรมาธิการ มติของ กมธ กฎหมายฯ 8 ต่อ 0 ไม่รับรองในเรื่องอำนาจและแนวทาง
โดยเห็นว่า ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 129 และอาจไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ กมธ. บางท่านเห็นว่า “ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินเป็นอำนาจที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ หนังสือทางธุรการไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือลดทอนอำนาจดังกล่าวได้” โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1.หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ
รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 และข้อบังคับ ข้อ 90 กำหนดหน้าที่และอำนาจในการสอบหาข้อเท็จจริงและศึกษาเรื่องที่อยู่ในขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมาธิการไว้แล้ว หนังสือแนวทางปฏิบัติจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงหรือลดทอนอำนาจดังกล่าวเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
2. การนัดประชุมและการบรรจุระเบียบวาระ
การดำเนินการต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ 92 และข้อ 93 และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งนำมาใช้โดยอนุโลม หนังสือแนวทางจึงไม่อาจเพิ่มเงื่อนไขที่ไม่มีฐานกฎหมายรองรับจนเป็นอุปสรรคต่อการประชุมหรือการพิจารณาเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ
3. การเรียกบุคคลหรือเอกสาร
ข้อบังคับ ข้อ 97 กำหนดให้การเรียกบุคคลหรือเอกสารทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ”ประธานคณะกรรมาธิการหรือรองประธานคณะกรรมาธิการผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน” และตามพระราชบัญญัติอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดเกณฑ์การออกหนังสือเรียกไว้โดยเฉพาะ
จึงควรแยกให้ชัดระหว่างการออกหนังสือตามกฎหมาย กับการเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลโดยสมัครใจ และตรวจสอบว่าแนวทางดังกล่าวกำหนดเงื่อนไขเกินกว่ากฎหมายและข้อบังคับที่มีผลใช้บังคับอยู่หรือไม่
อนึ่ง แม้เป็นเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญและข้อบังคับยังไม่มีแนววินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่มีคำวินิจฉัยเรื่องทำนองเดียวกัน คือคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2563 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2563 เป็นการวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการฯ พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นกฎหมายคนละฉบับกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
คำวินิจฉัยดังกล่าวมิได้วินิจฉัยโดยตรงว่าการเรียกบุคคลหรือเอกสารต้องได้รับมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการใหม่ก่อนทุกครั้ง การนำมาอ้างจึงต้องไม่ตีความขยายเกินขอบเขตแห่งคำวินิจฉัย หรือใช้เป็นเหตุเพิ่มเงื่อนไขโดยปราศจากฐานอำนาจตามกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่
ด้วยเหตุผลดังกล่าว มติ กมธ.กฎหมาย จึงไม่เห็นด้วยกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของประธานสภาผู้แทนฉบับดังกล่าว และขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบฐานอำนาจทางกฎหมาย พร้อมเสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทบทวนหรือชี้แจง กรณีที่กำหนดเกินรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ จนเกิดการจำกัดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด