จูรี ถามโซลาร์รูฟท็อปประชาชน หักหัวคิวหรือไม่ แฉเคสเชียงใหม่ ส่วนต่างหายไป 3 หมื่น ตั้งวงเงินสูง 1.4 แสน ทั้งที่ผู้ประกอบการบอก 8 หมื่นก็ทำได้แล้ว ด้าน “พลพีร์” แหก! ย้อนถาม “ตรีรัตน์” ทีมพลังงาน ปชป.บอกเอง 1.4 แสนทำไม่ได้ ขอเพิ่งวงเงินได้ไหม
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 5 พ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม
วาระการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง เรื่อง การบริหารจัดการโครงการโซลาร์รูฟท็อป โดยนายเอกนิติ มอบหมายให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน
นายจูรี กล่าวว่า น่าเสียดาย เมื่อเช้าตนเห็นว่านายเอกนิติมาสภาฯ หวังว่าจะมาตอบคำถาม แต่กลับไปแล้ว เรื่องโซลาร์ภาคประชาชนอยู่ในความสงสัยมาก โครงการนี้รัฐบาลต้องการเปลี่ยนผ่านพลังงานหรือเปลี่ยนหลังคาบ้านชาวบ้านให้ผลิตไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและยังขายได้ด้วย
โครงการนี้ใช้เม็ดเงินมหาศาล 2 แสนล้านบาทและเป็นเงินกู้ ทำให้ชาวบ้านกังวลใจว่าโปร่งใสแค่ไหน ท้ายที่สุด ระหว่างประโยชน์ที่จะตกถึงประชาชนกับเงินที่จะผันเข้าสู่กระเป๋านายทุน อะไรจะได้มากกว่าแน่ จึงกังวลว่านักการเมืองจะใช้ช่องทางนี้ถอนทุนหรือไม่
โครงการของรัฐบาลขายให้กับประชาชน 140,000 บาท รัฐบาลอุดหนุน 50,000 บาท ในปริมาณ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายบ้านติดไปแล้วในราคา 80,000-90,000 บาท จึงเกิดข้อสงสัยว่าราคานี้ถูกกว่าท้องตลาดหรือไม่ และอยากให้รัฐมนตรี อธิบายถึงข้อเสียของโครงการนี้ ชาวบ้านจะได้ชั่งน้ำหนัก ว่าจะเข้าร่วมโครงการนี้หรือไม่
ด้านนายเอกนัฏ ชี้แจงว่า โครงการนี้มีเจตนาดี เพราะเรามีความจำเป็นเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จากเดิมที่นำเข้าน้ำมัน ไฟฟ้า เมื่อเกิดวิกฤตพลังงานขึ้น จึงเห็นปัญหาและคิดโครงการนี้ขึ้น ซึ่งเราสามารถผลิตพลังงานสะอาดให้เพียงพอต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้ แผนพลังงานสะอาดคิดกันมา 10 ปี
จึงเป็นที่มาของโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อกันพลังงานสะอาดส่วนนี้ไว้ให้ประชาชนได้ผลิตไฟฟ้า 10,000 เมกะวัตต์ การไฟฟ้าจะรับซื้อ เดิมจำกัดแค่ 100 เมกะวัตต์ แต่ของใหม่ 10,000 เมกะวัตต์ และขยายการรับซื้อในราคาที่ดี เป็นการกันไม่ให้นายทุนเข้ามาเบียดบังประชาชน แต่ปัญหาคือประชาชนไม่ได้มีเงินเยอะเหมือนนายทุน จึงต้องใช้เงินกู้ของรัฐบาลไปเสริม เป็นการลงทุนให้กับประชาชน
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ส่วนการแข่งขันราคาของแต่ละบริษัท ทำให้มีการกระจายตัวของธุรกิจการติดตั้งและการจ้างงานเกิดขึ้น ถ้ามีการแข่งขันกันติดตั้งในราคาที่ถูก ยิ่งถูกยิ่งดี ครั้งนี้เจ้าของบ้านเป็นคนเลือกเอง ตัวเลือกราคาถูกก็น่าจะได้รับเลือกอยู่แล้ว
นายจูรี ถามต่อว่า ก่อนเริ่มโครงการ รัฐบาลรับสมัครบรรดาผู้ที่ติดตั้ง และมีการสมัครจำนวนมาก โดยที่ไม่ได้ทราบเงื่อนไข แต่ล่าสุดรัฐบาลประกาศเงื่อนไขว่าเงินค้ำประกันหลักหมื่น หลายคนที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยไม่มีเงินค้ำประกัน แล้วจะสู้บริษัทนายทุนได้อย่างไร สุดท้ายอาจได้แค่บริษัทนายทุนใหญ่ๆหรือไม่ นี่คือความกังวลและความกลัว
นอกจากนี้ ในเงื่อนไขยังระบุว่าให้การไฟฟ้ามาติดตั้งให้กับประชาชนเอง เสมือนกับให้การไฟฟ้าแข่งกับผู้ประกอบการที่เป็นประชาชน ผู้ประกอบการจึงต้องสู้กับการไฟฟ้าและนายทุนขนาดใหญ่ด้วย จึงรู้สึกว่าเหนื่อยและยาก เรื่องนี้เป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายเล็ก ดังนั้น มีแผนการอย่างไร ให้ผู้ประกอบการรายเล็กลืมตาอ้าปากได้
นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ไม่ให้นายทุนมาเบียดบังประชาชน ทั้งเรื่องการติดตั้งแผงโซลาร์และโควตาการผลิตไฟสะอาดที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม การที่มีการไฟฟ้าเข้าไปร่วมติดตั้งด้วยนั้น เพราะเป็นห่วงว่าผู้ประกอบการอาจทิ้งงาน ไม่ติดตั้งให้ได้คุณภาพ
แต่ตอนนี้ กระทรวงมหาดไทยและภูมิภาคได้ปรับแก้ให้เหมาะสม ไม่ให้กีดกันผู้ประกอบการรายย่อย และหน้าที่ของการไฟฟ้าภูมิภาคและนครหลวง เป็นผู้ให้บริการแบบ One Stop Service ทำให้การบริการมีความคล่องตัวมากขึ้น ส่วนหน้าที่การติดตั้งเป็นของผู้ประกอบการ โดยที่การไฟฟ้าจะไม่ลงไปแข่งขันด้วย มีหน้าที่รับขออย่างเดียว
นายจูรี ถามอีกว่า ด้วยกรอบเงินกู้ก้อนนี้ ต้องเสร็จสิ้นภายใน 30 ก.ย. 2570 แต่เป้าหมายที่รัฐบาลจะให้ชาวบ้านเข้าร่วมโครงการนี้ 1 ล้านคน แต่ปีที่ผ่านมาติดตั้งได้เพียง 120,000 ครัวเรือนเท่านั้น จึงมีโอกาสไม่ได้ตามเป้าสูง รัฐบาลมีแผนรับมืออย่างไร และมีข่างลือว่าหากหาครัวเรือนไม่ทันรัฐบาลอาจมอบหมายให้ สส.ฟากรัฐบาลแบ่งกันหาคนละ 500 รายชื่อ ก็จะครบทันที ตนขอภาวนาว่าขอให้เป็นแค่ข่าวลือ เพราะเกรงว่าหากครบเร็วจะไม่ได้คุณภาพ
จากนั้น นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า ตนขอบคุณในความหวังดี โครงการนี้ดีในระดับนโยบายและภาคปฏิบัติด้วย เราเร่งติดตั้งให้ครบ 1 ล้านหลัง ถ้าติดตั้งครบจะผลิตไฟได้ 5,000 เมกะวัตต์ทั่วประเทศ แต่ต้องทำให้มีคุณภาพด้วย ไม่ใช่เกิดปัญหาตามมา เกิดความไม่ปลอดภัยกับประชาชน ถ้าติดตั้งไม่ทัน เงินกู้ก็ไม่ต้องใช้ เงินก็ถูกคืน ติดตั้งเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น ปีที่ผ่านมาติดตั้งแสนกว่าหลัง
นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องช่วยเปิดโอกาสรับซื้อไฟคืน แล้วไปเอาเงินกู้มาช่วย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งเร็วที่สุด 1 สัปดาห์มียอดจองเข้ามา 60,000กว่าหลัง ตอนนี้นโยบายไปแล้ว ตัวเลขเริ่มเห็นแล้ว เหลือแค่ประชาสัมพันธ์ โครงการนี้ถ้าจะสำเร็จก็ต้องช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด
นายจูรี ขอถามเพิ่มว่ามีการหักหัวคิวที่เชียงใหม่ มีการส่งแบบสอบถามไปยังผู้ประกอบการว่าให้ขาย 110,000 บาท ทั้งที่โครงการราคา 140,000 บาท คำถามคืออีก 30,000 บาทไปไหน แค่เริ่มโครงการก็ไม่ดีแล้ว ประชาชนมองว่าจะทำไม่ได้ หากการไฟฟ้าไม่อยู่เบื้องหลัง ที่กล้าประกาศอย่างโจ่งแจ้ง อยากให้ตอบให้ชัดว่า 30,000 บาทหายไปไหน
ทำให้นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ชี้แจงแทนว่า อย่าเป็นกังวล นี่เป็นเอกสารภายใน ผอ.เขตต้องการสำรวจผู้ประกอบการว่ามีความพร้อมในการทำ แต่ตัวเลข 110,000 บาท มาจากไหน ตนก็ไม่ทราบ และได้ตั้งกรรมการสอบ ขออย่าเป็นกังวล ถ้าผู้ประกอบการสามารถติดตั้งได้ 80,000 บาท ก็ขอให้ไปซื้อ 80,000 บาท อย่าไปซื้อ 140,000 บาท
โครงการนี้ถ้าศึกษาดีๆ ประชาชนจะเป็นผู้เลือกผู้ให้บริกรเอง 140,000 เป็นราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาขาย ถ้าผู้ประกอบการเสนอ 50,000 บาท รัฐบาลก็อุดหนุน 50,000 บาทอยู่ดี ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่ทุจริตหรือหักหัวคิว ตราบใดที่ประชาชนเลือกผู้ประกอบการเอง
“จึงฝากให้ช่วยประชาชนสัมพันธ์ด้วย ประชาชนจะได้ประหยัดไปได้อีกเยอะ ทั้งนี้ นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส คณะกรรมการทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไลน์หาผม แต่ข้อมูลสวนทางกับนายจูรี ท่านบอกว่าทำได้ 80,000 บาท แต่นายตรีรัตน์ บอกว่าเพิ่มราคาได้หรือไม่ เพราะ 140,000 บาท ผู้ประกอบการทำไม่ได้ ดังนั้น ขอให้ท่านประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ 80,000 บาทเยอะๆ แล้วผมจะตรวจสอบให้”นายพลพีร์ กล่าว