‘กรมการปกครอง’ คุมเข้มมูลนิธิทั่วประเทศ สั่งรายงานผลดำเนินงาน-บัญชีการเงินทุกปี ย้ำเปิดรับบริจาค-เรี่ยไรต้องได้รับอนุญาตก่อน เตือนฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองออกประกาศเรื่อง การดำเนินกิจการของมูลนิธิเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อมูลนิธิ รวมทั้งเพื่อยกระดับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยกำหนดให้มูลนิธิต่างๆ ต้องจัดทำและรายงานผลการดำเนินงานประจำปีตามที่กฎหมายกำหนด โดยสามารถยื่นรายงานผลการดำเนินการต่อนายทะเบียนพร้อมหลักฐานด้วยตนเอง หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ i-Service ของกรมการปกครอง ประกอบด้วย
นายนฤชา กล่าวต่อว่า ตามประกาศดังกล่าว กำหนดให้มูลนิธิทุกแห่งจัดทำและยื่นรายงานผลการดำเนินงานต่อนายทะเบียนมูลนิธิเป็นประจำทุกปี โดยมีเอกสารประกอบสำคัญ 3 รายการ ได้แก่ 1.รายงานการดำเนินกิจการของมูลนิธิในปีที่ผ่านมา 2.บัญชีรายได้ รายจ่าย และสำเนางบดุลของมูลนิธิในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งผ่านการรับรองความถูกต้องจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และ 3.สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิทุกครั้ง
นายนฤชา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการของมูลนิธิเป็นไปตามกฎหมาย มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิ ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิอย่างถูกกฎหมาย อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้บริจาค ตลอดจนป้องกันมิให้มีการนำมูลนิธิไปใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วย
นายนฤชา กล่าวว่า โดยมูลนิธิทุกแห่งสามารถจัดส่งรายงานผลการดำเนินการต่อนายทะเบียนมูลนิธิ ผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้ 1.รายงานผลการดำเนินการต่อนายทะเบียนมูลนิธิด้วยตนเอง ณ สำนักงานเขต ในกรณีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือที่ว่าการอำเภอต่างๆ ในกรณีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดอื่น และ 2.รายงานผลการดำเนินการต่อนายทะเบียนมูลนิธิผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบบริหารจัดการภาครัฐเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและบริการประชาชน
นายนฤชา กล่าวด้วยว่า สำหรับมูลนิธิที่ประสงค์จะรายงานผ่านระบบ i-Service ให้ลงทะเบียนผู้ใช้งาน ณ กลุ่มงานพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อความสงบเรียบร้อย ศูนย์บริการประชาชน กรมการปกครอง (วังไชยา) กรณีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือที่ว่าการอำเภอต่างๆ กรณีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดอื่น และขอให้มูลนิธิทุกแห่งรายงานผลการดำเนินการต่อนายทะเบียนมูลนิธิเป็นประจำทุกปี หากฝ่าฝืนอาจเป็นเหตุ ให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้
นายนฤชา กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดหรือเชิญชวนขอรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน มูลนิธิจะต้องได้รับอนุญาตให้ทำการเรี่ยไรตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ก่อน มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมายดังกล่าว และมูลนิธิหรือผู้เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะต้องไม่กระทำความผิดทางอาญาและจะต้องไม่กระทำการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499
นายนฤชา กล่าวด้วยว่า กรมการปกครองให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลมูลนิธิให้ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยขอเน้นย้ำให้มูลนิธิทุกแห่งปฏิบัติตามหน้าที่ในการจัดทำและรายงานผลการดำเนินงานประจำปีอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนอาจมีความรับผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นายนฤชา กล่าวย้ำว่า การเปิดรับบริจาคหรือเชิญชวนประชาชนให้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินในลักษณะที่เข้าข่ายการเรี่ยไร จะต้องได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ก่อนดำเนินการ มิฉะนั้นอาจมีความผิดตามกฎหมาย รวมถึงมูลนิธิและผู้เกี่ยวข้องต้องไม่กระทำการอันเป็นความผิดทางอาญา หรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499