เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ศาล มทบ.23 จ.ขอนแก่น ศาลมีคำสั่งให้นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เข้าสอบปากคำให้การ นัดแรกต่อองค์คณะตุลาการศาลทหาร โดยเดินทางมาพร้อมกับนายพัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความ ทั้งนี้ มีสารวัตรทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง คอยดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่โดยรอบศาล พร้อมทั้งมีคำสั่งห้ามถ่ายภาพในเขตอำนาจศาล มทบ.23 โดยเด็ดขาด
โดยอัยการทหาร ศาล มทบ.23 ได้เบิกตัวนายรังสิมันต์ 1 ใน 9 ผู้ต้องหาในคดีจัดกิจกรรมพูดเพื่อสิทธิและเสรีภาพ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2559 ในช่วงก่อนลงประชามติรัฐธรรมนูญ ขึ้นถามคำให้การ โดยใช้เวลาเบิกความ 30 นาที ศาลจึงมีคำสั่งนัดพร้อมนัดแรกร่วมกับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวอีก 9 คน ในวันที่ 5 ก.ย.นี้ เวลา 13.30 น.
นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า ตุลาการศาลทหารได้นัดพร้อมอีกครั้งในวันที่ 5 ก.ย.นี้ โดยนัดเพื่อพิจารณาว่าจะรับคดีความดังกล่าว รวมเป็นคดีเดียวกับผู้ต้องหาทั้ง 9 คนหรือไม่ ซึ่งวันที่ 5 ก.ย. ผู้ต้องหาในคดีนี้ โดยเฉพาะนายจตุรภัทร์ บุญรักษา หรือไผ่ ดาวดิน จะต้องมาศาล เพื่อเบิกตัวในคดีร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ด้วยเช่นกัน
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนได้มอบให้ทนายความลงบันทึกคำให้การเพื่อจะแถลงต่อศาล ในวันที่ 5 ก.ย.ว่า ศาล มทบ.23 ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีดังกล่าว เพราะตนเป็นพลเรือนไม่ใช่ทหาร ส่วนการเลือกตั้งนั้น จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคสช.มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.เสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อไป เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ คนต่อไป
นายนังสิมันต์ กล่าวว่า ตอนนี้ คสช.มี ส.ว.ในมือแล้ว 250 คน ขาดส.ส.อีกเพียง 125 คนก็จัดตั้งรัฐบาลได้ จึงไม่แปลกที่พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินสายดูดส.ส. เน้นกลุ่มขั้วอำนาจการเมืองเก่า ตระกูลดัง และพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อให้ได้ส.ส.ไม่น้อยกว่า 125 คน