เมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีวันที่ 22 พ.ค.นี้ จะเป็นวันครบรอบ 4 ปีคสช. ว่า ตนอยากเห็นรัฐบาลใจกว้าง เรื่องการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง อย่าหยิบมาเป็นประเด็นใหญ่แล้วสร้างเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขเพื่อดีเลย์การเลือกตั้ง อยากให้มองว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเรามีรัฐธรรมนูญใช้มาแล้วกว่า 1 ปี

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งประชาชนและประชาคมชาวโลก ต้องการเห็นว่าบ้านเมืองอบอวลไปด้วยบรรยากาศของประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะแสดงออกต่อรัฐบาล จะต้องถูกเปิดกว้าง รัฐบาลต้องยอมรับกับสิ่งเหล่านี้ อย่าไปคิดว่าวันนี้มีกฎหมายที่ยิ่งใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญคือมาตรา 44 ถ้าคิดเช่นนั้น จะทำให้มองทุกอย่างเป็นฝ่ายตรงข้าม เป็นศัตรูไปหมด ซึ่งไม่เกิดผลดีกับคสช. และรัฐบาล

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ถ้ารัฐบาลไปใส่ใจผู้มาเรียกร้องทุกเรื่อง แล้วตอบโต้หรือจำกัดสิทธิ จะยิ่งถูกวิจารณ์หนักขึ้น แต่ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลอง ตามโรดแม็ป และรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมายลูก 2 ฉบับ จากนั้นจึงจะบอกได้ว่ารัฐบาลต้องทำอย่างไร ควรมองในสิ่งเหล่านี้มากกว่ามองไปที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องต่างๆ หรือกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เพราะถ้ายิ่งไปหวั่นไหวกับสิ่งเหล่านี้ จะยิ่งทำให้คนมองว่ารัฐบาลมีเจตนาซ่อนเร้น ถ้ายึดเอาตามปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะหวั่นไหวและจิตตก

“อยากให้มองว่าคนหนุ่มสาวที่เข้ามาทำกิจกรรมการเมืองขณะนี้ถือเป็นการสร้างสรรค์สังคม ที่สำคัญ พวกเขากำลังทำหน้าที่สนับสนุนสัญญาประชาคมของนายกฯ ที่สัญญาต่อประชาคมโลก ตามที่ประกาศไว้ในหลายเวที พวกเขาไม่ต้องการให้นายกฯ เป็นบุคคลล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน