เมื่อเวลา 10.50น.วันที่ 23 พฤษภาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นาย กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พร้อมด้วย น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือหนึ่งนุช มารดานาย สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ได้เดินทางมาที่ศาลอาญา เพื่อรอพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม เเละ สน.พญาไท นำตัวกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ได้ชุมนุมบริเวณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม มายื่นคำร้องฝากขังที่ศาลอาญา

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นาย กฤษฎางค์ ก่อนนี้ทราบมาว่าพนักงานสอบสวนจะต้องนำตัวผู้ต้องหาที่อยู่ในการควบคุมตัวมาฝากขังที่ศาลอาญา ซึ่งพนักงานสอบสวนจะมีอำนาจควบคุมตัวไว้ 48 ชั่วโมงซึ่งครบกำหนด บ่าย3โมงเย็นพรุ่งนี้ ซึ่งตามที่เคยคุยกับลูกความไว้ว่าหากนำตัวมาฝากขังเราจะยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง ส่วนเรื่องหากศาลรับฝากขังเเล้วจะประกันตัวหรือไม่เรายังไม่ได้คุยรายละเอียดในเรื่องนี้ ตนก็รออยู่ว่าพนักงานสอบสวนพญาไทจะนำตัวผู้ต้องหา8คนรวมกับ สน.ชนะสงคราม5คน รวมเป็น13คน มายื่นฝากขังเมื่อไหร่ เเต่ก็ได้ยินข่าวมาบ้างว่าพนักงานสอบสวนจะมีการเเจ้งข้อหากับผู้ต้องหาเพิ่มเเละนำตัวมาฝากขังในวันที่ 24พฤษภาคม ส่วนข้อหาที่จะเเจ้งเพิ่มตนยังไม่ทราบรายละเอียด

นาย กฤษฎางค์ กล่าวว่า “คดีนี้หากศาลรับฝากขังก็ควรจะต้องมีการประกันตัว เเต่หากเราคัดค้านเเละศาลมองว่าเป็นกรณีที่ผู้ต้องหาถูกกลั่นเเกล้ง เเละมีที่อยู่เป็นหลักเเหล่งศาลก็อาจจะปล่อยโดยไม่ต้องมีการประกันตัว เเละให้ตำรวจไปตามตัวมาภายหลังได้ คดีเเบบนี้ถือว่ายังไม่ถึงศาล อัยการจะสั่งฟ้องหรือไม่ก็ยังไม่รู้ อย่างคดีเเบบนี้ เราก็มองว่าเป็นการกลั่นเเกล้งไม่ให้เเสดงความคิดเห็นจะเห็นได้ชัดเจนว่า มาตรา116 เป็นข้อหาที่นำมากลั่นเเกล้ง ความผิดที่จะเข้าข่ายนั้นจะต้องเป็นการกระทำนอกรัฐธรรมนูญ เเต่กลุ่มผู้ต้องหานั้นมีความอยากเลือกตั้งที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญของ คสช.เอง การกลั่นเเกล้งครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่เราก็จะลองคัดค้านดู เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ผิดส่วนหากศาลรับฝากขังเเล้วใครจะประกันตัวบ้างนั้นเราจะต้องมาคุยกันดูอีกทีว่าจะมีใครที่จะประสงค์ประกันตัวออกมาสู้ข้างนอก”

“จะสู้ต่อหรือไม่ผมไม่มีความเห็น เป็นเรื่องของน้องๆ เพียงเเต่ถ้าเขาไม่ผิดเราก็รับว่าความ ทุกครั้งที่มีการขุมเรียกร้องการเลือกตั้ง 4ครั้ง เราก็ช่วยดูคดีทั้ง 4ครั้ง เป็นที่น่าสังเกตุว่าการเเจ้งข้อกล่าวหาก็จะเป็นข้อหา 116”

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ มีผู้ต้องหาที่อยู่ในกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เคยโดนข้อหา116มาก่อนหลายครั้ง เเล้วหากมีการฝากขังจะมีผลต่อการประกันตัวหรือไม่

นาย กฤษฎางค์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่โดนคดี116นั้น เขามีความเชื่อมั่นในการต่อสู้ว่าเขาไม่ผิด เขาก็จะต้องพิสูจน์ตามขั้นตอน เมื่อเขามาชุมนุมเรียกร้องเลือกตั้งเเละเขาเห็นว่าเขาถูกตำรวจกลั่นเเกล้งเขาก็จะต่อสู้ในศาลว่าเขาถูกกลั่นเเกล้ง หากศาลรับฝากขังเขาก็จะเป็นผู้เลือกว่าจะประกันตัวหรือไม่อยู่ที่ ทุนทรัพย์ ความสามารถ เจตนา บางคนพูดออกมาเลยว่า “อยู่ข้างนอกก็ไม่ได้มีเสรีภาพมากกว่าอยู่ข้างในด้วยซ้ำ” ส่วนศาลจะให้ประกันหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงดูเหตุว่าจะหลบหนีหรือไม่ ถ้าไม่หลบหนี เเละถูกกลั่นเเกล้งหรือมีเหตุผลอื่นศาลก็อาจจะปล่อยเลยให้ตำรวจไปตามมาที่หลัง เเต่ถ้าศาลเห็นว่ามีพฤติกรรมหลบหนีก็อาจจะสั่งขัง

“ตัวอย่าง สน.ชนะสงครามที่จะเเจ้งความกับผู้ต้องหาคนหนึ่งว่าจะเเจ้งความฐานทำลายประตูธรรมศาสตร์ซึ่งตนก็ได้ตรวจสอบไปยังฝ่ายบริหาร ม.ธรรมศาสตร์ ก็ไม่ได้เเจ้งความ เเต่ผมไปเจอเอกสารชิ้นหนึ่งที่เป็นเอกสารส่งให้ ม.ธรรมศาสตร์ ให้ช่วยมาเเจ้งความเพื่อได้ดำเนินคดีตรงนี้คืออะไรคือการกลั่นเเกล้งหรือไม่ ตรงนี้เราจะชี้เเจงให้ศาลท่านทราบเเต่ทุกอย่างขึ้นกับดุลพินิจของศาลท่าน ผู้ต้องหาในคดีนี้เท่าที่ผมจำได้ก็ไม่มีใครติดเงื่อนไขของศาลเพราะก่อนหน้านี้ที่ศาลมห้ประกันตัวก็ไม่มีเงื่อนไข เเละเรื่องนี้เป็นสิทธิเสรีภาพในการเเสดงความคิดเห็นที่ไม่สามารถห้ามได้ ศาลท่านไม่ห้ามที่ก้ามก็คงมีเเต่ คสช.” นาย กฤษฎางค์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาภายหลังจากที่ทางทนายความเเละญาติผู้ต้องหาที่มาดักรอที่ศาลอาญา ทราบว่า จะมีการฝากขังผู้ต้องหาที่ศาลอาญาในวันพรุ่งนี้ ทางทนายความเเละ ญาติของผู้ต้องหาก็เดินทางออกจากศาลอาญาเพื่อเดินทางไปยัง สน.พญาไท เเละ สน.ชนะสงคราม ต่อไป

โดยมีการเปิดเผยว่า ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมที่จะแจ้งอีก 1ข้อหา คือ ข้อหา พรบ.ชุมนุมในที่สาธารณะ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน