คณิน ห่วงกม.พรรคการเมืองสกัดพรรคใหญ่ หวั่นแจ้งทะเบียนสมาชิกไม่ทัน เมื่อยังถูกห้ามเคลื่อนไหว

-

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตส.ส.ร.ปี 40 ฐานะประธานคณะทำงานติดตามการร่างกฎหมายลูกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุว่าจะไม่มีการรีเซ็ตพรรคการเมือง ว่า ฟังดูเหมือนจะเอาใจพรรคการเมืองเก่าที่จะได้ไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ แต่ที่ไหนได้พอเห็นบทเฉพาะกาลของร่างพ.ร.บ.พรรคการเมืองฯ ที่ กรธ.กำลังจะเผยแพร่ เหมือนเป็นการเตะสกัดขาพรรคใหญ่เสียมากกว่า ทั้งนี้ เพราะ 1.มาตรา 114 ให้พรรคการเมืองดำเนินการให้มีสมาชิกพรรคและสาขาพรรคตามกฎหมายใหม่ภายใน 90 วันนับแต่วันที่กฎหมายใหม่ใช้บังคับ มิฉะนั้นจะต้องสิ้นสภาพพรรคการเมือง 2.มาตรา 116 ให้พรรคปรับปรุงข้อบังคับพรรคให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่ภายใน 60 วัน มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิ์ส่งสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก และ 3.มาตรา 117 ให้พรรคจัดทำและส่งทะเบียนสมาชิกพรรค พร้อมบัญชีการเงินของพรรคและสาขาพรรคแก่นายทะเบียน พรรคการเมืองภายใน 90 วัน มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิ์ส่งสมัครรับเลือกตั้งเช่นเดียวกัน

นายคณิน กล่าวว่า เรื่องการจัดทำทะเบียนสมาชิกพรรคและส่งให้นายทะเบียนภายใน 90 วัน จะเป็นปัญหาสาหัสของพรรคการเมืองเก่าที่มีสมาชิกเป็นเรือนแสนเรือนล้าน เพราะกฎหมายใหม่บังคับไว้เลยว่าหัวหน้าพรรคต้องจัดทำทะเบียนสมาชิกให้ตรงตามความเป็นจริง แล้วจะติดต่อสอบถามหรือตรวจสอบให้ละเอียดเป็นรายคนได้อย่างไร ในเมื่อตลอดเวลา 3 ปี กว่าที่กฎหมายใหม่จะมีผลใช้บังคับ คสช.ไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวอะไรเกี่ยวกับสมาชิกพรรคเลย ชุมนุมเกิน 5 คนยังไม่ได้ ดังนั้นเวลา 90 วัน ตามบทเฉพาะกาลซึ่งเป็นเสมือนกับดักอันเบ้อเร่อ ที่จะทำให้พรรคเก่าที่มีสมาชิกเป็นแสนเป็นล้านคน ต้องกลายเป็นกิ้งกือตกท่อเอาได้ง่ายๆ ครั้นจะตัดสมาชิกไปเฉยๆ เพื่อให้เหลือจำนวนน้อยๆก็ทำไม่ได้ ต้องให้เขาลาออกเอง ซึ่งต้องจี้กันเป็นรายตัว เดี๋ยวก็จะไปร้อง กกต.ว่าถูกบีบบังคับให้ต้องลาออก และภายหลังเมื่อส่งให้นายทะเบียนไปแล้ว ยังมีชื่อคนที่ตายไปแล้ว ไปบวช หรือขาดคุณสมบัติอื่นๆ หรือเป็นสมาชิกพรรคซ้ำกันกับพรรคอื่น ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ จะทำอย่างไร หรือเกิดมีใครไปร้องต่อ กกต.ว่าเขาไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่มีชื่อเป็นสมาชิกอยู่ ทั้งหมดนี้จะส่งผลร้ายต่อพรรคการเมืองเก่าทั้งสิ้น

“กรธ.เขียนบทเฉพาะกาลไว้เช่นนี้ ไม่ว่าจะมีเจตนาอย่างไร แต่ผลเหมือนเป็นการสกัดพรรคการเมืองใหญ่ ก่อนที่จะถึงวันสมัครรับเลือกตั้งด้วยซ้ำ และดูเหมือนจะเปิดทางโล่งสำหรับพรรคการเมืองตั้งใหม่ ถือว่าเป็นกติกาที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกันมากเกินไป ดังนั้นถ้าไม่เซ็ตซีโร่ จะด้วยเหตุผลอะไรก็สุดแล้วแต่ ก็ควรเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในบทเฉพาะกาลการเสียใหม่ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และเป็นไปได้มากกว่านี้” นายคณิน กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ชุมพลทหารเรือ ผุดโครงการ “ชุมพลทำดีตามรอยพ่อ”
บทความถัดไปเมืองนี้ผีดุ!