“อนาคตใหม่” หอบเอกสารชื่อสมาชิกจดจัดตั้งพรรค คาดต้นก.ย.เป็นพรรคอย่างสมบูรณ์ ย้ำไม่ร่วมวงรัฐบาลถกวันเลือกตั้ง “ธนาธร” ตบหน้า “สุริยะ” ยันนักการเมืองคิดช่วยคสช.สืบทอดอำนาจ ทรยศจรรยาบรรณ เหน็บรัฐประหารโทษถึงประหาร แต่ไม่เคยรัฐประหารใครได้

เมื่อเวลา 09.15น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ว่าที่เลขาธิการพรรค นำเอกสารและรายชื่อสมาชิกจำนวน 670 คน มาจดจัดตั้งพรรคหลังประชุมพรรค พร้อมทุนประเดิมพรรค 1,082,679 บาท จากนั้นนายปิยบุตร กล่าวว่า เราได้ตรวจเอกสารมาอย่างถูกต้องค่อยข้างสมบูรณ์ และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่กกต.คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบเอกสารประมาณ 45 วัน ดังนั้นอย่างช้าไม่เกินต้นเดือนก.ย.นายทะเบียนพรรคการเมืองจะรับจดแจ้งให้อนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการโดยสมบูรณ์

“อนาคตใหม่” หอบเอกสารชื่อสมาชิกจดจัดตั้งพรรค คาดต้นก.ย.เป็นพรรคอย่างสมบูรณ์ ย้ำไม่ร่วมวงรัฐบาลถกวันเลือกตั้ง

“อนาคตใหม่” หอบเอกสารชื่อสมาชิกจดจัดตั้งพรรค คาดต้นก.ย.เป็นพรรคอย่างสมบูรณ์ ย้ำไม่ร่วมวงรัฐบาลถกวันเลือกตั้ง

“อนาคตใหม่” หอบเอกสารชื่อสมาชิกจดจัดตั้งพรรค คาดต้นก.ย.เป็นพรรคอย่างสมบูรณ์ ย้ำไม่ร่วมวงรัฐบาลถกวันเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่รัฐบาลจะหารือกับพรรคการเมืองช่วงวันที่ 25-26 มิ.ย.นายธนาธร กล่าวว่า เราไม่พร้อมเข้าร่วม แต่จะทำตามกติกาที่คสช.วางไว้ เพราะอำนาจอยู่ที่คสช. แม้เราจะไม่ไปร่วมประชุม เรายังยืนยันว่าสิ่งที่คสช.ต้องทำคือการคืนสิทธิเสรีภาพให้พรรคการเมืองและประชาชนให้ทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างเสรี คืนความปกติให้สังคมไทยอย่างที่เรียกร้องมาตลอด ว่าประชาชนควรได้สิทธิในการแสดงความคิดเห็น พรรคการเมืองควรได้สิทธิในการรวมตัว อยากให้ทุกคนช่วยกันผลักดันให้การเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแมปอย่างที่รัฐบาลประกาศไว้ แต่ก็มีปัจจัยที่เหนือการควบคุมของเรา แต่สิ่งที่ทำได้คือทำให้พรรคเข้มแข็งและสมบูรณ์แบบ หากเมื่อเดือนก.ย.พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคอย่างสมบูรณ์ เราก็อยากทำกิจกรรมเหมือนพรรคการเมืองทั่วโลกที่เคลื่อนไหวได้ เพราะต้องเตรียมการประชุมในการทำไพรมารีโหวต ซึ่งพรรคจะต้องจัดประชุมสาขาพรรค ประชุมสมาชิกสรรหาผู้คัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ดังนั้นหากจะมีการเลือกตั้งในเดือนก.พ.62 ปฏิทินจะแน่นมากกว่าเราจะได้ผู้สมัครส.ส.ประมาณธ.ค.จะมีเวลาหาเสียงเพียง 1 เดือน

เมื่อถามถึงกระแสที่อาจจะไม่ใช้มาตรา 44 ยกเลิกจัดทำไพรมารีโหวต นายปิยบุตร กล่าวว่า สุดแท้แต่คสช.เพราะมีอำนาจ แต่ไม่ว่าจะยกเลิกหรือไม่ ก็ไม่กระทบกับพรรคเรา เพราะเรามีแนวทางที่จะคัดเลือกผู้สมัครของพรรคตามกฎหมายกำหนด

นายปิยบุตร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามควรมีการยกเลิกคำสั่งทั้งหมดที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้ที่จะเกิดขึ้น เป็นการเลือกตั้งที่ได้มาตรฐานตามแบบอย่างประชาธิปไตย การเลือกตั้งที่จะเกิดจะไม่เป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบได้เลยถ้าหากพรรคกาเมืองและประชาชนไม่มีเสรีภาพ ในการรณรงค์เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร พบปะพูดคุยกัน ดังนั้นไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จะต้นปี กลางปี ปลายปีหน้า ก็ไม่มีเหตุผลที่คสช.จะไม่ปลดล็อก

“ธนาธร” ตบหน้า “สุริยะ” ยันนักการเมืองคิดช่วยคสช.สืบทอดอำนาจทรยศจรรยาบรรณ เหน็บรัฐประหารโทษถึงประหาร แต่ไม่เคยรัฐประหารใครได้

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการดูดส.ส.นายธนาธร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้รู้ว่านักการเมืองคนไหนเลือกอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย และยืนอยู่กับฝ่ายเผด็จการ นักการเมืองคนไหนอยากมีส่วนในการสืบทอดอำนาจให้คสช.แสดงตัวออกมาเลยประชาชนจะได้เห็น โดยการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นครั้งประวัติศาสตร์ว่าประชาชนจะตัดสินให้คสช.สืบทอดอำนาจต่อหรือไม่ ดังนั้นคิดว่าทุกพรรคการเมืองควรแสดงจุดยืนให้ชัดเจน

“ส่วนตัวเห็นว่าการที่มีนักการเมืองแสดงตัวชัดเจน ไปเข้าร่วมกับพรรคการเมืองที่แสดงตัวชัดเจนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ที่จะสนับสนุนคสช.นักการเมือง เป็นอาชีพที่เกิดจากระบอบประชาธิปไตย ถ้าไม่มีระบอบนี้ไม่มีนักการเมือง ดังนั้นนักการเมืองที่รับใช้เผด็จทอดทิ้งอุดมการณ์ประชาธิปไตย ทรยศต่อจรรยาบรรณวิชาชีพของตัวเอง” นายธนาธร กล่าว

เมื่อถามอีกว่า 1 ในนั้น มี “นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แกนนำกลุ่มสามมิตร ซึ่งเป็นคุณอาของนายธนาธรร่วมด้วย นายธนาธร กล่าวว่า “ก็มองอย่างที่ผมกล่าวไป”

“ธนาธร” ตบหน้า “สุริยะ” ยันนักการเมืองคิดช่วยคสช.สืบทอดอำนาจทรยศจรรยาบรรณ เหน็บรัฐประหารโทษถึงประหาร แต่ไม่เคยรัฐประหารใครได้

นายธนาธร กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ร่วมเวทีเสวนา ร่วมกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาว่า เป็นเวทีที่พูดถึงเรื่องความหวังและตนได้เสนอว่าการเลือกตั้งนี้สำคัญที่จะชี้ว่าเราจะอยู่ในระบอบนี้หรือไม่ ตอนนี้เราอยู่ในสังคมสิ้นหวังทางเดียวที่จะนำความสงบสุขคืนมาได้ฝ่ายประชาธิปไตยต้องได้เสียง 3 ใน 4 หรือ 376 ที่นั่ง ดังนั้นพรรคการเมืองต้องร่วมกันสู้ถ้าอยากออกจากอนาคตเก่าความมืดมนนี้

เมื่อถามถึงมุมมองโทษประหารชีวิตในประเทศไทย นายธนาธร กล่าวว่า การทำรัฐประหารโทษก็คือประหารชีวิต แต่เรายังไม่เคยเห็นประหารชีวิตใครได้สักครั้งในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน